สิ่งที่จำเป็นต้องจัดแจง ก่อนที่จะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง

ทัวร์เกาหลี แม้คุณไม่ใช่ผู้ที่ต้องการจะท่องเที่ยวแบบทัวร์ประเทศเกาหลี แม้กระนั้นอยากที่จะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเองละก็ วันนี้มีเรื่องมีราวที่คุณควรต้องทราบก่อนว่าถ้าเกิดจะท่องเที่ยวผู้เดียวนั้นควรจะเตรียมความพร้อมเช่นไร เนื่องจากว่าในขณะนี้ชาวไทยส่วนใหญ่ติด กองตรวจคนเข้าเมือง ประเทศเกาหลีสูงที่สุด โน่นก็เพราะเหตุว่าเดียวนี้มีคนประเทศไทยที่ลักลอบเข้าไปประเทศเกาหลีกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไปดำเนินการหรือเหตุผลอื่นๆก็ตามที โน่นก็เลยทำให้มีการตรวจหาชาวไทยมากมายเป็นพิเศษ วันนี้พวกเราก็เลยจะมาให้ท่านเข้าใจของการเตรียมการผ่าน กองตรวจคนเข้าเมือง กัน ว่าควรจะเตรียมพร้อมยังบ้าง
การตระเตรียมเข้าประเทศเกาหลีด้วยตัวเองแบบง่ายๆ
1. พาสปอร์ด
ให้นำเอาสปอร์ตตลอดตัวจริงและก็เล่มเก่าเล่มใหม่ไปด้วย ด้วยเหตุว่าการที่พวกเรานำพาสปอร์ตเล่มเก่าไปนั้น โน่นจะเป็นการช่วยเพิ่มความน่าไว้วางใจให้กับตัวคุณเองมากขึ้นเรื่อยๆ ให้พกไปไม่ว่าคุณจะเคยไปยังประเทศต่างๆเพียงแค่ 1 ครั้งก็ตาม แล้วถ้าหากว่าคุณมีการแปลงชื่อก็ควรที่จะนำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อไปด้วย
2. เอกสารการจองที่พัก รวมทั้งตั๋วเรือบินไป-กลับ
คุณควรมีข้อมูลการท่องเที่ยวให้แจ่มกระจ่างว่าคุณจะพักตรงไหนตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน เพื่อที่คุณจะได้ไม่กลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ที่แอบลักลอบทำงานในประเทศเกาหลีแบบไม่ถูกกฎหมาย ถึงแม้คุณจะจองผ่านเว็บกี่ที่ ยกตัวอย่างเช่น คุณจองอพาร์เม้นท์อาทิตย์แรกที่แห่งไหน จองรีสอร์ทอาทิตย์ถัดไปที่แหน่งใด ก็จะต้องพิมพ์หลักฐานนั้นออกมาทั้งผองเพื่อยื่นให้กับข้าราชการ
3. รับรองการเดินทาง
คุณอย่ามีความรู้สึกว่าการซื้อรับรองการเดินทางนั้นไม่มีความสำคัญ จะต้องคิดเสมอว่าทุกๆอย่างจะต้องไม่มีอันตรายไว้ก่อน รับรองเดินทางสามารถรองรับการเกิดเหตุไม่คิด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเรือบินดีเลย์ หรือการขโมยการฉกฉวยสมบัติพัสถานในขณะที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศเกาหลี รับรองจะช่วยทำให้การเดินทางของคุณนั้นไม่เป็นอันตราย และก็ช่วยทำให้คุณอุ่นใจในตลอดการเดินทางได้อย่างไม่ต้องสงสัย
4. การแต่งตัว
คนไหนกล่าวว่าการแต่งตัวนั้นไม่จำเป็นไม่จริงเลย เนื่องจากการแต่งตัวที่สมควรเพื่อจะให้ผ่านเข้ากองตรวจคนเข้าเมืองประเทศเกาหลีไปได้ด้วยดีนั้น น่าจะสวมเสื้อผ้าที่มองเป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างเช่น สวมเสื้อกันหนาว กางเกงที่มีขายาว และก็รองเท้าผ้าใบ สิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งก็คืออย่าแต่งตัวเสี่ยงและไม่ควรจะที่จะเสริมสวยจนกระทั่งมองจัดจ้าเหลือเกิน
5.กลยุทธ์ท่องเที่ยวภาษาอังกฤษ
คุณจำเป็นที่จะต้องจัดเตรียมแผนที่การท่องเที่ยวเป็นภาษาอังกฤษของประเทศเกาหลี หรือถ้าเกิดคุณสามารถเขียนภาษาประเทศเกาหลีก็ยิ่งดี คุณจะต้องมีการเตรียมกลยุทธ์ท่องเที่ยวตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งวันนั่งเรือบินกลับโดยเจาะจงเวลาแล้วก็สถานที่ให้เด่นชัด ด้วยเหตุว่าโน่นจะมีผลให้คุณมีแผนท่องเที่ยวที่ดี
6. แลกสกุลเงิน
อ่ะ!นี่เป็นเรื่องสำคัญอีดอย่างที่ลืมมิได้เด็ดขาด อย่าลืมเปลี่ยนสกุลเงินก่อนจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีนะเนื่องจากคุณจะได้ค่าความนิยมที่ดีมากกว่าจ้ะคุณแลกเงินที่ไทย ทั้งยังยังแลกเปลี่ยนง่ายดายเสียยิ่งกว่าด้วย
7. ซื้อ T-money หรือ Soul City Pass จัดเตรียมไว้
ในประเทศเกาหลีนั้นไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้ารถบัสหรือรถแท็กซี่พวกเราก็จำเป็นจะต้องใช้T-money แทนการใช้เงินสด นอกเหนือจากที่จะทำให้การใช้แรงงานสบายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแล้วยังย่นเวลาไปได้มากด้วย
เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะกับสิ่งที่พวกเราได้เสนอแนะสำหรับเพื่อการเตรียมพร้อมก่อนจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง แค่เพียงคุณตระเตรียมข้อมูลไปและก็ตระเตรียมสิ่งที่พวกเราได้บอกกับคุณไปนั้น คุณก็จะไม่ติดกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศเกาหลีอย่างแน่แท้ หากว่าคุณติดโคลนตมประเทศเกาหลีและไม่ว่าจะค่าจองบังกะโลค่าเครื่องบินรวมทั้งทุกสิ่งที่จ่ายมาก็จะหายไปหมดเพียงแต่เพราะว่าคุณขาดเอกสารไปไม่กี่ชิ้น ด้วยเหตุนี้อย่าลืมเตรียมความพร้อมให้ดีด้วยนะคะ สำหรับในการที่จะไปท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลี

ห้ามพลาด!สวนสนุกลอตเต้เวิล์ดประเทศเกาหลี สนุกสนานไม่รู้เรื่องลืม

ทัวร์เกาหลี คนไหนกันที่มาท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลีแแล้วต้องการจะมาท่องเที่ยวสวนสนุกที่คนแก่ท่องเที่ยวได้เด็กท่องเที่ยวดี ก็ขอชี้แนะสวนสนุกลอตเต้เวิล์ด (Lotte World Adventure) สวนสนุกตั้งอยู่ใน บริเวณเคยชินช็อนป่า เขตซงพาเรา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโซล ซึ่งเป็นเมืองในพื้นที่ ของจังหวัดคย็องกี ในประเทศประเทศเกาหลีใต้ เป็นเลิศในสวนสนุกที่ตามที่สุดของประเทศเกาหลี ที่มีสวนสนุกอยู่ในตึกขนาดใหญ่ ก็เลยไม่ต้องกลัวเลยว่าฝนตกแดดออกอย่างไรก็สามารถเล่นได้ตลอดทั้งปีทั้งมาได้โดยไม่ต้องมองลักษณะอากาศกันอย่างยิ่งจริงๆ ด้านในตึกนั้นก็มีเครื่องเล่นที่น่าเล่นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ลานไอซ์สเก็ต ทะเลสาบ พิพิธภัณท์หมู่บ้านโบราณประเทศเกาหลี แล้วก็ฯลฯ รวมทั้งภายในนั้นยังมีขบวนพาเหรดแบบต่างๆที่ตื่นตาตื่นใจเอามากๆก็เลยทำให้พี่มีนักท่องเที่ยวเยอะมากไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างถิ่นก็ต่างพามาท่องเที่ยวกันอย่างล้นหลาม
ข้างในสวนสนุกลอตเต้เวิล์ดนั้นก็จะมีการแบ่งโซนใหญ่ๆได้อยู่ 2 โซนเลยก็คือ
1.ธีมเผชิญภัย(Adventure)
เป็นโซนที่อยู่ในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งข้างในตึกได้รับการออกแบบตกแต่งได้อย่างยอดเยี่ยมส่วนประกอบข้างในใช้หลังคาเป็นกระจกทั้งปวง ต่อให้อยู่ในร่มแม้กระนั้นก็จะก่อให้รู้สึกเสมือนอยู่ที่โล่งแจ้งนั่นเอง
2.เกาะเวทมนต์(Magic Island)
เป็นโซนที่อยู่ที่โล่งแจ้งตั้งอยู่ข้างนอกชิดกับทะเลสาบซกชอนโฮซู ซึ่งในจุดนี้ก็จะมีร้านมากมายก่ายกองไม่ว่าจะเป็นของของที่ระลึกห้องอาหารนานาประเทศและก็เครื่องอำนวยความสะดวกฯลฯ
เครื่องเล่นที่น่าดึงดูดเป็นอย่างยิ่งก็คือ Gyro Drop(ดคอยปทาวเวอร์) ที่มีความสูงถึง 70 เมตรเป็นเครื่องเล่นเสหมือนที่ทำให้เกิดความรู้สึกราวกับอยู่ในลมพายุทอร์ท้องนาโด อะไรที่มึนหัวกล้วยๆก็ไม่เสนอแนะให้เล่นเครื่องนี้ ถัดมาก็เป็นเครื่องเล่น Flume Ride ที่เป็นเรือยาวโต้คลื่นสูงรวมทั้งอีกอย่างที่จะชี้แนะก็คือเรือสลัดประเทศสเปนที่ห้อยถึง 75 องศา บอกเลยว่าเสียวแล้วก็ตื่นเต้นสุดอย่างแน่แท้ แล้วแน่ๆว่าเมื่อบันเทิงใจกับเครื่องเล่นแล้วสิ่งหนึ่งที่ไม่สมควรจะพลาดเลยก็คือขบวนพาเหรดที่มีการแสดงแทบ 200 โชว์ มากมายอันที่จริงแล้วก็อย่าลืมทดลองเล่นไอซ์สเก็ตในร่มที่เข้าไปเล่นแล้วรู้สึกราวกับอยู่ในซีรีย์ประเทศเกาหลี เมื่อมาถึงประเทศเกาหลีรวมทั้งน่าจะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานท้องถิ่นที่แสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แล้วก็วัฒนธรรมของตรงนี้ด้วย
ค่าดู
ตั๋วเข้าชม
– คนแก่ 33,000 วอน
– เด็กมัธยม 30,000 วอน
– เด็กนักเรียนชั้นประถม 27,000 วอน
ตั๋วเข้าชม ข้างหลังเวลา 16:00
– คนแก่ 27,000 วอน
– เด็กมัธยม 24,000 วอน
– นักเรียนประถม 21,000 วอน
ตั๋วเข้าชม ข้างหลังเวลา 19:00
– คนแก่ 17,000 วอน
– เด็กมัธยม 15,000 วอน
– นักเรียนประถม 13,000 วอน

ไม่พลาด!! สถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมที่โซล

ทัวร์เกาหลี ถ้าคุณต้องการจะเดินถือธงไปกับทัวร์ประเทศเกาหลี แต่ว่ารู้สึกต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเองมากยิ่งกว่า วันนี้พวกเราจะมาชี้แนะที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในประเทศเกาหลีที่คุณจะพลาดมิได้เมื่อไปถึง รังรองว่าถึงคุณจะไปโซลด้วยตัวเองแต่ว่าก็จะได้ท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานอย่างไม่ต้องสงสัย โซลเป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของทวีปเอเชีย ไม่ว่าจะมีแหล่งผลิตภัณฑ์แบรนด์เนมแล้วก็แฟชั่นสไตล์ประเทศเกาหลีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น ยิ่งไปกว่านี้ยังมีที่เที่ยวเยอะแยะ ตัวอย่างเช่น ถนนหนทางศิลป์ สถานที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์ สวนสนุกและก็แหล่งของกินอร่อยๆล้นหลาม รวมทั้งหน่วยเงินที่ใช้ เป็น เงินวอน
สถานที่เที่ยวที่จะต้องไปให้ได้!
1. หมู่บ้านบุกชอนฮานก
เป็นหมู่บ้านประเทศเกาหลีโบราณที่ดังในประวัติศาสตร์ เนื่องจากว่าเป็นที่อยู่ของเจ้าขุนมูลนายระดับที่ค่อนข้างสูงในอดีตสมัย ตั้งอยู่ระหว่างตั้งอยู่ระหว่างวังเคียงบกกุงแล้วก็ราชสำนักชางดเว้นกกุง ซึ่งในตอนนี้ได้ถูกรักษาไว้ภาวะบ้านช่องก็เลยยังเป็นแบบเก่าที่ยังคงมองสวย
2. บริเวณวัฒนธรรมอินซา-ป่า
เป็นแหล่งขายสินค้าเก่าที่ลือชื่อแล้วก็เป็นสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวอีกที่ของกรุงโซล ในบริเวณนี้มีอีกทั้ง โรงน้ำชา ห้องอาหาร แล้วก็ร้านขายของ โดยตึกแถวนี้ก็ยังมีการตกแต่งให้เสมือนศิลปกรรมแบบประเทศเกาหลีโบราณ เป็นการจัดร้านให้เป็นแบบร่วมยุค นับได้ว่าเป็นแหล่งฮิปสเตอร์และก็แฟนของโบราณที่ไม่สมควรพลาด
3. ราชสำนักเคียงบกระอุง
นับว่าเป็นศูนย์รวมประวัติศาสตร์ที่ไปที่มาของประเทศเกาหลี เนื่องจากเป็นที่ประทับของกษัตริย์ประเทศเกาหลีที่แก่มากยิ่งกว่า 600 ปี และก็ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของประเทศเกาหลีอีกด้วย
4. ถนนหนทางโรดีโอเขตอัปกูจองป่า-กังนัม
ถนนหนทางเส้นนี้นับว่าเป็นถนนหนทางที่แฟชั่นหรูของประเทศก็ว่าได้ แล้วก็เต็มไปด้วยร้านที่มีผลิตภัณฑ์แบรนด์เนมชั้นหนึ่งจากทั่วทุกมุมโลกรวมทั้งผลิตภัณฑ์แบรนด์เนมชั้นหนึ่งของประเทศเกาหลี จะต้องพูดว่าถนนหนทางเส้นนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ล้ำยุคแล้วก็หรูหรา ไม่แพ้การไปช้อปปิ้งในแถบยุโรปรวมทั้งอมเริกาอย่างยิ่งจริงๆ
5. ตลาดทงเดมุน
เป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดของกรุงโซลแล้วก็ในอาเซียนเลยแล้วก็เป็นตลาดนัดที่ยอดเยี่ยมนิยมแห่งหนึ่ง มีผลิตภัณฑ์หลายประเภทไม่ว่าจะเป็น แฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องเพชรพลอย จนถึงไปถึงของพื้นบ้าน ของฝาก หรือแม้แต่ของต่างๆที่ใช้สำหรับการแต่งบ้าน แถมตลาดที่นี้ยังจะมีข้อดีตรงที่มีการค้าส่งและก็ค้าปลีกเสื้อผ้าอีกด้วย
6. วัดโชเกซา
เป็นวัดที่อยู่ศูนย์กลางเมืองหลวงที่ผลิตขึ้นในปีค.ศ 1910 เป็นวัดศาสนาพุทธนิกายโซเกซึ่งเป็นนิกายที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลี ยิ่งไปกว่านี้ในวัดยังมีต้นสนโบราณจากเมืองจีนที่แก่มากยิ่งกว่า 500 ปีอีกด้วย
จบไปแล้วกับสถานที่เที่ยวในโซลที่พวกเราได้เสนอแนะกันในวันนี้ เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะรู้สึกแต่ละที่ที่พวกเราได้เสนอแนะนั้นคุณรู้สึกพึงพอใจต้องการไปขึ้นมาบ้างหรือเปล่า ถ้าเกิดคุณรู้สึกต้องการไปจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีกันแล้ว ก็อย่าลืมท่องเที่ยวสถานที่ที่พวกเราได้เสนอแนะกันด้วยนะ การันตีว่าถ้าหากได้ไปละก็ต้องสนุกสนานรวมทั้งลืมไม่ลงอย่างไม่ต้องสงสัย

ท่องเที่ยวปูระเบียงและก็จินแฮ ดูดอกซากุระบานสะพรั่ง

ทัวร์เกาหลี คนไม่ใช่น้อยเดี๋ยวนี้ก็คงมีแพลุกลี้ลุกลนท่องเที่ยวต่างถิ่น ไม่ว่าจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีผู้เดียวหรือไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีก็ตาม เพื่อจะมาดูดอกซากุระที่ประเทศเกาหลีใต้ที่เมืองปูเฉลียงรวมทั้งจินแฮ
ปูซาน เป็นเมืองเศรษฐกิจชั้น 2 ของประเทศเกาหลีใต้รองจากกรุงโซล มีราษฎรอาศัยหนาแน่นและก็เป็นเมืองที่ติดสมุทรฝั่งทิศตะวันออก เป็นใจกลางของท่าเรือส่งสินค้าขนาดใหญ่เป็นชั้น 6 ของโลกแถมมีสถานที่เที่ยวในแล้วก็มีเขตช้อปปิ้งมากไม่แพ้กรุงโซลเลย
ซากุระ คนประเทศเกาหลีเขาจะไม่เรียกว่าต้นซากุระ จะมีคำเรียกภาษาประเทศเกาหลีว่า ดอกพ๊อตกต ถึงเวลาท่องเที่ยวประเทศเกาหลีก็ชี้แนะให้ใช้คำว่าดอกพ๊อตกตเพื่อคุยกับคนท้องถิ่น ดอกพ๊อตกตที่เมืองปูซานรวมทั้งเมืองจินแฮนั้นจะเริ่มบานตั้งแต่สิ้นเดือนเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเดือนเมษายน (ไม่เกินวันที่ 10) ในทุกๆปีนะครับ โดยจะบานเต็มกำลังอยู่ไม่เกิน 1 อาทิตย์แล้วก็จะเริ่มหล่นลงไป​ แต่ว่าดังนี้ก็สังกัดสภาพภูมิอากาศในปีนั้นๆด้วย
1. Gamcheon Culture Village
ตรงนี้เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมกัมชอนนั่นเอง ผู้ใดกันแน่ที่เคยไปปูซานคงจะเคยท่องเที่ยวหมู่บ้านที่นี้กันมาก หมู่บ้านนี้มีการเรียงรายตามแนวตีนเขารวมทั้งตกแต่งลงสีบ้านให้มองงดงามคล้ายกับกรีซ ซึ่งตอนฤดูใบไม้ผลินั้นพวกเราสามารถท่องเที่ยวหมู่บ้านกับดูดอกพ๊อตกตที่อยู่ระหว่างถนนหนทางได้เลย
2. Nakdong River Cherry Blossom Walkway
จุดดูดอกพ๊อตกตแม่น้ำนักป่าดง ที่เป็นทางเท้าและก็ทางรถจักรยานยาวเรียบแม่น้ำนักป่าในปูซาน คุณสามารถเช่ารถจักรยานมาปั่นแบบชิลๆและก็ดูบรรยากาศไปด้วยก็ได้ ก็นับว่าได้ชิมรสบรรยากาศไปอีกในลักษณะหนึ่ง ในฟิวแบบหนังประเทศเกาหลีเลย
3. Namcheon-dong Cherry Blossom Road
ที่ถนนหนทางบริเวณนัมชอนป่าดงในปูซาน เป็นย่านที่อยู่อาศัยของผู้ที่นี่มีอพาร์ตเมนท์แล้วก็สถานศึกษาอยู่ในรอบๆนี้มากพอสมควร ตรงนี้จะมีการปลูกต้นพ๊อตกตเรียงอยู่เสมอสองฝั่งถนนหนทาง พวกเราสามารถเดินดูได้ตลอดสองฝั่งริมทาง ซึ่งงดงามเอามากๆเลย
4. Gyeonghwa Station, Jinhae
เมืองนี้เป็นเมืองใกล้กับปูซานซึ่งเป็นเมืองที่มีดอกพ๊อตกโคนยู่จำนวนมาก แถมตรงนี้ยังมีเทศกาลงานที่มีเป็นประจำทุกปีของเมืองอีกด้วย จุดที่ดูดอกพ๊อตกตเป็นสถานีรถไฟคยองฮวา ที่เป็นจุดดูดอกดอกพ๊อตกตต้นๆของประเทศเกาหลีเลยก็ว่าได้ ซึ่งสถานีรถไฟที่นี้ได้หยุดให้บริการไปแล้วตั้งแต่ปี 2006 ฉะนั้นคุณสามารถเดินตามทางรถไฟเพื่อถ่ายภาพได้อย่างเต็มเปี่ยม
5. Yeojwacheon Stream, Jinhae
ลำคลองยอชวาชอน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดดูดอกพ๊อตกตที่ได้รับความนิยมที่สุดของเมืองจินแฮ ถามตรงนี้ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีปรี่ย์ประเทศเกาหลีมีชื่ออีกด้วย ซึ่งเมื่อถ่ายทอดซีปรี่ย์ไปแล้วจึงทำให้ตรงนี้เปลี่ยนเป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมของคนประเทศเกาหลีรวมทั้งนักเดินทางอีกด้วย

ท่องเที่ยวตอนไหนดีใน 4 ฤดูของประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลี บางบุคคลต้องการจะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือกำลังจะจองไปทัวร์ประเทศเกาหลีอยู่ ก็คงคิดละว่าจะท่องเที่ยวตอนไหน ที่ไปแล้วคุ้มค่าที่ได้อีกทั้งท่องเที่ยวบันเทิงใจแล้วก็ช้อปปื้ง วันนี้พวกเราจะพามาเสนอแนะเพื่อคุณตรวจดูตนเองว่า ต้องการจะท่องเที่ยวตอนไหนใน 4 ฤดูของประเทศเกาหลี
1. ประเทศเกาหลีหน้าหนาว
ตั้งแต่ธันวาคม- กุมภาพันธ์
อุณหภูมิจะอยู่ที่ราว -5 ถึง -20 องศาเซลเซียส บอกเลยว่าอากาศหนาวมากมาย คนใดที่อยากเล่นหิมะควรจะตระเตรียมเสื้อหนาวไปแบบดกๆหลายๆตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นถุงเท้า รองเท้า ถุงมือ หมวกหรือกางเกง สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คืออย่าลืมนำครีมทาผิวไปด้วยเนื่องจากว่าอากาศที่หนาวนั้นมันจะแห้งมากมายและก็ทำให้ผิวแตกได้
สถานที่เที่ยวที่นิยมในฤดูนี้ก็คือ กิจกรรมตกปลาเทร้าท์ที่เมืองฮวาชอง เทศกาลจับปลาน้ำแข็งที่อินเจ แล้วก็ลานไอน์สเก็ต ในทุกทุกกิจกรรมจะมีเครื่องไม้เครื่องมือให้เช่าซึ่งพวกเราไม่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับไปให้ยุ่งยาก รับประกันว่าการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวอย่างนี้ก็ฟินๆไปอีกในลัษณะหนึ่ง
2. ประเทศเกาหลีฤดูใบไม้ผลิ
ตั้งแต่มีนาคม – พ.ค.
อุณหภูมิอยู่ที่โดยประมาณ 5-15 องศาเซลเซียส เป็นช่วงๆที่อากาศกำลังเย็นสบายๆดอกไม้ต่างๆนานาประการสายพันธุ์ก็บานสะพรั่งไปทั่วทุกเมืองของประเทศเกาหลี
ฤดูนี้เป็นฤดูที่เหมาะกับการดูดอกไม้ไม่ว่าจะเป็น ดอกซากุระ ดอกเชอรี่ หรือดอกแม็กโนเลียก็ตาม ชี้แนะให้ไปดูดอกเชอรี่บานที่ยนจุงโรถนนหนทางที่ทอดวนรอบล้อมตึกสภานิติบัญญัติบอกเลยว่าสวยเอามาก ใครกันแน่ที่ต้องการจะมาดูดอกไม้ต่างๆในบรรยากาศสบายๆก็น่าจะมาในขณะนี้เลย
3. ประเทศเกาหลีหน้าร้อน
ตั้งแต่มิ.ย. – ส.ค.
อุณหภูมิอยู่ที่ราว 22-38 องศาเซลเซียส เป็นช่วงๆที่ร้อนที่สุดของประเทศเกาหลี และก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีฝนกตกนิดหน่อย
ถึงอากาศจะร้อนแต่ว่าก็มีสถานที่เที่ยวยอดนิยมมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่นักเดินทางนิยมมาก็ เป็นเทศกาลหมักโคลนโพเรียง ซึ่งมีแร่ที่มีสาระต่อสถาพทางร่างกายเยอะมาก ผู้ใดกันที่มาประเทศเกาหลีขณะนี้จึงควรไม่พลาดกับเทศกาลหมักโคลนนี้ และก็จะพูดว่าในฤดูร้อนของประเทศเกาหลีนี้จะมีแต่งานเทศกาลต่างๆที่ให้ครึกครื้นอยู่เสมอเวลา ที่ถูกใจท่องเที่ยวแบบตลกมาพร้อมกับเพื่อนพ้องชี้แนะมาท่องเที่ยวฤดูนี้เลย
4. ประเทศเกาหลีฤดูใบไม้ร่วง
ตั้งแต่กันยายน – พ.ย.
อุณหภูมิอยู่ที่ราว 5-25 องศาเซลเซียส เป็นตอนที่ประเทศเกาหลีมีชีวิตชีวาที่ผ่องใส ใบเมเปิ้ลจะกลายเป็นสีส้มและก็สีแดงส่วนใบแปะก๊วยก็จะกลายเป็นสีเหลืองที่มีชีวิตชีวาแสบตา
เป็นฤดูที่นักเดินทางผู้คนจำนวนมากคอยอย่างยิ่งเพื่อมาดูมองใบไม้ที่เปลี่ยนสี และก็แหล่งที่คนไปเยอะแยะที่สุดเป็น อุทยานแห่งชาติซอรัคซานแล้วก็เกาะนามิ
จะบอกเลยว่าประเทศเกาหลีนั้นเป็นประเทศที่ทุกคนสามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดู เนื่องจากในแต่ละฤดูนั้นมีความงามและก็ความน่าดึงดูดใจที่นาๆประการ ซึ่งมันก็ตามทีความชื่นชอบของแต่ละคน แล้วก็ถ้าเกิดคุณต้องการจะท่องเที่ยวละก็ขอเสนอแนะให้เล่าเรียนหาข้อมูงให้เป็นระเบียบแล้วก็เตรียมให้ดีก่อนจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลี

รีวิวท่องเที่ยววังเคียงบกกุง กับทัวร์ประเทศเกาหลีที่เดียวคุ้ม เหิมใจ!

ทัวร์เกาหลี พอดิบพอดีในวันหยุดก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาได้ท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลีที่วังเคียงบงกุงมาเลยต้องการจะมาแชร์ประสบการณ์ดีๆให้เพื่อนพ้องๆได้ทราบกัน ซึ่งวังที่นี้จำต้องบอกเลยว่าเป็นพระราชสำนักที่ใหญ่รวมทั้งโบราณที่สุดในเมืองที่ได้ผลิตขึ้นในปี 1394 ในยุคพระผู้เป็นเจ้าแทโจ ราชวงค์โซชอน ไม่สนเท่ห์ใจเลยละจ้ะที่ได้เปลี่ยนเป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งของกรุงโซล
ปากทางเข้าของพระรางชวังนั้นใหญ่วิจิตรตระการตาเอามากๆวันนี้โชคดีมากมายเลยเพราะว่าอากาศแจ่มใสไม่มีก้อนเมฆมาบังมากก็เลยมีนักท่องเที่ยวมากันจำนวนไม่ใช่น้อย ในพระรางวังก็จะมีการเลียนแบบให้ดูด้วยว่าเป็นยังอย่างร้านอาหารก็จะมีการเลียนแบบชุดของกินไว้ เพื่อจะได้ทราบว่าการกินการอยู่ในยุคนั้นเป็นอย่างไรจะต้องกล่าวว่าของใช้ที่เขาได้จัดแจงเป็นเลียนแบบนั้นมันเหมือนจริงเอามากๆเลยรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอีกโลกเสมือนอยู่ในหนังประเทศเกาหลีโบราณเลยละขา แต่ว่าในนิดหน่อยในราชสำนักได้หายไปเหตุเพราะในสมัยก่อนได้มีการรุกรานจากประเทศญี่ปุ่น ก็เลยทำให้ตึกส่วนมากก็ได้ถูกทำลายลงหลงเหลืออยู่แค่เพียง 10 ข้างหลังเพียงแค่นั้น ข้างในรอบๆของพระราชสำนักก็มีสถาปัตยกรรมที่น่าดึงดูดไม่ว่าจะเป็นพระที่นั่งคึนจองวอนหรือศาลาเคียงฮวยรู ซึ่งได้ตั้งอยู่ด้านในรอบๆสระมีบรรยากาศที่งามรื่นเริงเอามากๆทั้งยังด้านในนั้นก็ยังมีร้านค้าขายชุดฮันบกโบราณซึ่งสามารถเช่าชุดก็เลยได้เช่าชุดมา 1 ชุดเพื่อไว้ใส่ถ่ายภาพกับราชสำนัก แหมก็มาทั้งทีก็จำเป็นต้องสุดกำลังกันนิดหน่อย
แล้วหากเข้ามาท่องเที่ยวตรงนี้ก็จะมองเห็นเด็กๆมาทัศนศึกษากันเยอะไปหมดพี่จะมีอาจารย์คนดูแลรอดูแลพวกเราก็เดินพาเด็กท่องเที่ยวครั้งละจุด พอเพียงออกมาข้างๆของพระราชสำนักก็จะมีร้านต่างๆล้นหลามไม่ว่าจะเป็น ห้องอาหาร ร้านค้าคาเฟ่ ร้านขายของชำร่วยต่างๆห้องอาหารบางร้านค้าก็คนแน่นบางร้านค้าก็ตกแต่งแบบสไตล์โบราณซึ่งมันก็แปลกใหม่ส่วนตัวเราดี การเดินทางมาท่องเที่ยวพระราชสำนักที่นี้ก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่าได้ทราบจะวัฒนธรรมและก็วิถีชีวิตของชาวประเทศเกาหลีมากเพิ่มขึ้น ซึ่งรอบๆแถวนี้มันยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่เป็นแหล่งพิพิธภัณฑสถานแหล่งวัฒนธรรมต่างๆที่เป็นความยินดีของคนประเทศเกาหลี บอกเลยว่ามาท่องเที่ยวที่เดียวแม้กระนั้นเป็นการมาที่คุ้มเอามากๆและเล่นเอาชะปวดเมื่อยอยู่เช่นเดียวกัน
ขอเสนอแนะทางท่องเที่ยวในราชสำนักที่จะสามารถท่องเที่ยวหมู่บ้านบุคชอนฮันอกได้ สิ่งแรกให้เริ่มเดินจากหน้าพระราชสำนักก่อน แล้วให้เดินตรงไปเรื่อยผ่านตึกวังต่างๆจนถึงไปถึงถึงข้างหลังพระราชสำนักแล้วเที่ยวดูวังรวมทั้งศาลากลางนี้ แล้วหลังจากนั้นเดินย้อนมาทางพิพิธภัณฑสถานด้านขวาและก็เดินออกประตูข้างๆ ก็จะสามารถเดินไปยังถนนหนทางเส้นช้อปปิ้งแล้วก็ท่องเที่ยวหมู่บ้านบุคชอนฮันอกได้

4 พิพิธภัณฑสถานของกิน ที่น่าท่องเที่ยวในประเทศเกาหลี จะต้องทดลอง!!

ทัวร์เกาหลี คนใดที่เป็นสายของกินประเทศเกาหลีหรือชอบใจรสของกินประเทศเกาหลีแล้วละก็ ทัวร์เกาหลี คุณจึงควรรู้จักประวัติความเป็นมาของของกินของประเทศเกาหลีด้วย วันนี้พวกเราก็เลยจะพาคุณมารู้จะสถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีที่เป็นพิพิธภัณฑสถานของกิน ซึ่งพิพิธภัณฑสถานของกินในประเทศเกาหลีนั้นก็จะมีมากมายอย่าง ที่จะแสดงประวัติความเป็นมาของของกินแต่ละจำพวกว่าเป็นอย่างไร พวกเรามาดูกันเลยว่ามีพิพิธภัณฑสถานของกินอะไรที่อยู่ในประเทศเกาหลี ตามมาเลยจ้ะ
1. พิพิธภัณฑสถานกิมจิ
Museum Kimchikan
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่แสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของกิมจิ ไม่ว่าจะเป็นภาชนะเครื่องครัวแบบเริ่มแรก วัตถุดิบที่ใช้เพื่อทำกิมจิแบบยุคเก่าจนกระทั่งปัจจุบันนี้ หรือวิชาความรู้ที่เกี่ยวกับการหมักดองกิมจิว่าควรจะทำอย่างไร ต่อให้ความไม่เหมือนอาหารสิ่งในแต่ละฤดูหรือภูมิภาคก็จะต่างกัน ซึ่งกิมจินั้นเป็นอาหารประจำชาติของประเทศเกาหลีตั้งแต่ในสมัยก่อนจนกระทั่งในตอนนี้ แล้วก็เป็นของกินที่ทุกคนก็รู้จักกันอย่างดีเยี่ยม
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดกระทำ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : คนแก่อายุ 17 ปีขึ้นไป 5,000 วอน / กรุ๊ป 4,000 วอน
เด็กและก็วัยรุ่นอายุ 8-17 ปี 3,000 วอน / กรุ๊ป 2,000 วอน
เด็กอายุ 6 ปี 2,000 วอน / กรุ๊ป 1,000 วอน (เด็กแรกคลอดและก็คนแก่เข้าชมฟรี)
2. พิพิธภัณฑสถานแป้งต๊อก
Tteok Museum
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่นำเสนอนิทรรศการเครื่องครัวเก่าสไตล์ประเทศเกาหลีที่หาได้ยากอย่างยิ่ง ซึ่งทางพิพิธภัณฑสถานจะดำเนินกิจกรรมให้คนที่พึงพอใจได้ร่วม ทำให้มีประสบการณ์สำหรับในการทำอาหารซึ่งจะแบ่งเป็นโปรแกรมต่างๆทางข้าราชการก็จะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือทําแป้งต๊อกรวมทั้งเครื่องมือสำหรับเพื่อการทำแต่ว่าในละช่วง แล้วก็จะให้ท่านทำแป้งต๊อกขึ้นมาด้วยความสามารถของตน ถ้าหากคุณมาตรงนี้แล้วนอกเหนือจากการที่จะรู้เรื่องรู้เรื่องรู้ราวเป็นไปมา ก็ยังได้มองเห็นเค้าหน้าของแป้งต๊อกในแต่ละสมัยแต่ละยุคอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดกระทำการ : วันปีใหม่ประเทศเกาหลีรวมทั้งวันยกซอก
ค่าเข้าชม : ตั๋วส่วนตัว-คนแก่ 3,000 วอน / เด็กนักเรียน 2,000 วอน
ตั๋วกรุ๊ป-คนแก่ 2,000 วอน / เด็กนักเรียน 1,000 วอน
กรุ๊ปควรมีปริมาณ 20 ขึ้นไป รวมทั้งถ้าหากสำรองชื่อออนไลน์ล่วงหน้า ฟรีค่าไกด์ชี้แนะ
3. พิพิธภัณฑสถานช็อกโกแลต
Chocolate Museum
คุณทราบหรือไม่ว่าพิพิธภัณฑสถานช็อกโกแลตที่ประเทศเกาหลีที่นี้มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ของโลกด้วยนะ ข้างในนั้นก็มีการจัดโชว์และก็ภูมิหลังของช็อกโกแลต จะมีห้องกระจกที่เสมือนเป็นโรงงานผลิตช็อกโกแลต ทำให้ท่านได้มองเห็นถึงขนาดตอนสำหรับในการผลิตช็อกโกแลตกันอย่างเห็นได้ชัด ช็อกโกแลตที่ทำขึ้นมานั้น ก็ได้ถูกไปนำเสนอแล้วก็มีวางขายให้กับนักเดินทางได้ลองกันอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
ค่าเข้าชม : คนแก่อยู่ที่ 4,000 วอน (เด็กและก็ผู้สูงวัย 65 ปีขึ้นไปฟรี)
4. พิพิธภัณฑสถานสุราประเทศเกาหลีแบบเริ่มแรก
Jeonju Korean Traditional Wine Museum
พิพิธภัณฑสถานวิธีการทำธุระแบบเริ่มแรกของพวกเราหลีที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน หมู่บ้านช็อนจูฮันอกในยังเมืองช็อนจู ในจังหวัดช็อลลาเหนือ ของประเทศเกาหลีใต้ พิพิธภัณฑสถานที่นี้ได้ชี้แจงถึงกับขนาดตอนแนวทางการทำเหล้าแบบเริ่มแรก หัวข้อการจัดเตรียมวัตถุดิบ การนำสิ่งที่ใช้ในการใช้ทำเหล้า นอกเหนือจากนี้พิพิธภัณฑสถานก็ยังให้โอกาสให้นักเดินทางได้มีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการมีทำเหล้าแบบเริ่มแรกอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-18:00 น.
วันปิดทำ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : ฟรี (มีค่าใช้จ่ายสำหรับในการร่วมกิจกรรมตามโปรแกรม)

หามกระเป๋าท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง ไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด!!

ทัวร์เกาหลี ประเทศเกาหลีมีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่งามทางด้านวัฒนธรรมรวมทั้งการท่องเที่ยวที่มากมาย ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมที่เด่น วันนี้พวกเราจะมาชี้แนะเพื่อนพ้องๆที่จัดกระเป๋าท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง ว่าน่าจะทราบอะไรบ้างเพื่อได้ท่องเที่ยวประเทศเกาหลีได้อย่างสนุกสนานเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ในทุกวันนี้สายการบินที่ให้บริการไปยังประเทศเกาหลีในจ.กรุงเทพฯนั้น โดยมากจะบินไปลงอยู่ 3 ท่าอากาศยานร่วมกันเป็น สนามบินนานาประเทศอินชอน ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้, สนามบินนานาประเทศคิมแฮ เมืองปูซาน และก็สนามบินนานาประเทศเชจู เกาะเชจู แล้วก็ที่คนเป็นจำนวนมากมายจะไปท่องเที่ยวกันซึ่งก็คือกรุงโซลที่เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลี เพราะเหตุว่ามีแหล่งช้อปปิ้งมีห้องอาหารมากไม่น้อยเลยทีเดียวให้ท่านได้ท่องเที่ยว
1. วีซ่า
สำหรับนักเดินทางไทยจะได้รับการงดเว้นการตรวจลง ในความหมายซึ่งก็คือไม่ว่าใครที่ถือหนังสือเดินทางไทยก็ไม่ต้องทำเรื่องขอวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง แล้วก็การเข้ามาในประเทศประเทศเกาหลีคุณสามารถอยู่ในประเทศเกาหลีได้ไม่เกิน 90 วันซึ่งควรต้องไม่มีเจตนาอื่นแฝง มันก็คือมาเพื่อการท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น
2. ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ขณะนี้ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเกาหลีนั้นจะเข้มงวดเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนประเทศไทยเพราะเหตุว่ามีชาวไทยบางกรุ๊ปได้แอบลักลอบเข้าไปปฏิบัติงานอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการก่อคดีการทำงานแล้วก็ทำของผิดกฎหมายในประเทศประเทศเกาหลี ก็เลยทำให้รัฐบาลของประเทศเกาหลีนั้นจึงควรครัดเคร่งในหัวข้อการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสำหรับผู้ที่จะไปท่องเที่ยวก็ควรมีเอกสารการันตีตัวตนไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเรือบินเที่ยวกลับ แนวทางเดินทางท่องเที่ยว แล้วก็เอกสารการจองที่พัก เพียงนี้คุณก็สามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้แบบบันเทิงใจได้เลย
3. ของที่ห้ามนำเข้าในประเทศประเทศเกาหลี
ของที่ห้ามนําเข้าประเทศเกาหลีก็จะมีอยู่หลายประเภทก็จะเช่น พืช ผัก ผลไม้ สัตว์น้ำ ยาลดความอ้วน สินค้าดัดแปลงจากเนื้อสัตว์รวมทั้งอาหารทะเล สารเสพติด ยารักษาโรคบางประเภท วัตถุจัญไร ผลิตภัณฑ์ละเมิดลิขสิทธิ์ อาวุธ แล้วก็เงินเกินกว่า 10,000 ดอลลาร์ ฯลฯ ดังนั้นของต้องห้ามเหล่านี้คุณควรต้องห้ามนำเข้าประเทศเกาหลีเด็ดขาด
4. วัฒนธรรมของคนประเทศเกาหลี
ประเทศเกาหลีเขาจะถือในเรื่องของสิทธิบุคคลกันอย่างใหญ่โต ดังเช่นการถ่ายรูปบุคคลถ่ายรูปเด็กหรือถ่ายรูปคนอื่นๆก็ห้ามถ่ายเด็ดขาด เพราะว่าจัดว่ามิได้รับการยินยอมพร้อมใจนั้นก็จะมีผลให้ถูกจับแล้วก็เข้าตารางเจ้าตารางได้เลย แล้วเวลาอยู่ในที่ส่วนรวมคุณก็ไม่สมควรที่จะแผดเสียงดัง การกินของกินในร้านค้าอาหารจานด่วนคุณก็จำเป็นต้องเก็บภาชนะเองให้เป็นระเบียบ
5. ของที่จะต้องมีติดกระเป๋า
สิ่งที่คุณควรพกอยู่เสมอเวลาเลยก็คือถ้าคุณป่วยไข้หรือมีโรคประจำตัวอยู่ก็น่าจะพกยารักษาโรค ซึ่งถ้าหากว่ากลัวเอายาขึ้นเครื่องมิได้ก็จะต้องมีใบรับรองแพทย์ประจำตัวไปด้วย ทั้งยังต้องมีบัตรเครดิตประจำตัวเอาไว้เผื่อยามฉุกเฉิน
6. การเดินทางในประเทศเกาหลี
การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประเทศเกาหลีนั้นค่อนจะสะดวก เนื่องจากว่าในเกือบทุกพื้นที่จะมีรถเมล์สาธารณะและก็มีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ให้บริการมากยิ่งกว่า 20 สาย ก็เลยเชื่อมั่นได้เลยว่าคุณจะสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวโน่นนี่โน่นได้อย่างมีความสุขอย่างแน่แท้ รถประจำทางนั้นใช้ง่ายดายๆก่อนขึ้นก็แค่สัมผัสบัตรหรือหยอดเหรียญ บนรถยนต์ก็จะมีป้ายไฟที่วิ่งบอกตลอดว่าอยู่สถานีไหน หรือคุณจะใช้บริการของแท็กซี่ก็สามารถใช้ได้แบบเดียวกัน

เกาะนามิ ยอดเยี่ยมเกาะที่ความโรแมนติก ที่จำเป็นต้องมาชะแล้ว!

ทัวร์เกาหลี เกาะนามิ (Namiseom Island) หรือนามิชำรุดทรุดโทรมเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าท่องเที่ยวที่เมื่อมาท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีก็ห้ามพลาดเด็ดขาด ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่เป็นสถานที่เที่ยวหลักของประเทศเกาหลีที่โด่งดังมีชื่อเสียงไปทั่วทั้งโลกจากซีปรี่ย์ยอดฮิตเรื่อง winter sonata แปลมีอิสรภาพยก็เป็นเพลงรักในสายลมหนาว ซึ่งได้อยู่ห่างจากกรุงโซลโดยประมาณ 60 นาที ซึ่งเกาะที่นี้เกิดจากผลการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อนที่มีพื้นที่ราว 270 ไร่ เกาะมีลักษณะเป็นรูปดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว จริงๆเกาะที่นี้เป็นที่รู้จักในประเทศเกาหลีมานานแล้วเนื่องจากตรงนี้มีธรรมชาติที่สวย และยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ไม่ว่าจะเป็นกระรอกกระแตนกหงส์ขาดรวมทั้งนกกระจอกเทศอีกด้วย
คนประเทศเกาหลีก็ได้นึกถึงความชอบธรรมชาติของตรงนี้ ตรงนี้ก็เลยได้นำสายไฟลงใต้ดินทั้งหมดทั้งปวงเพื่อรักษาความเที่ยงธรรมชาติเอาไว้ ตอนที่มีคนมาท่องเที่ยวสูงที่สุดก็จะเป็นในช่วงฤดูใบไม้หล่นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีต้นไม้ที่เปลี่ยนสีเหลืองสีแดงสีส้ม ยิ่งเป็นฟุตบาทใต้ต้นแปะก๊วยก็จะแปลงใบเป็นสีเหลืองที่สวยงามมากมายๆแต่ว่าก็ใช่ว่าจะงามเพียงแค่ฤดูเดียวเพราะว่าในทุกฤดูนั้นตรงนี้จะมีความสวยที่ไม่เหมือนกันออกไป แต่ว่าชี้แนะว่าหากว่ามาท่องเที่ยวตรงนี้ก็ควรมาแต่เช้าเพื่อจะได้มีเวลาถ่ายภาพเก็บเอาไว้ในมุมงามๆไม่เช่นนั้นเพียงพอสายๆก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะแยะจนกระทั่งทำให้ถ่ายภาพได้มุมที่ปรารถนามิได้ บนเกาะนามินั้นยังมีสถานที่ที่น่าดึงดูดให้ท่องเที่ยวเว้นเสียแต่ธรรมชาติที่สวยซึ่งหมายถึงสวนสนุก บ้านพัก สวนน้ำ บังกะโล แล้วยังมีงานกิจกรรมที่มีโชว์บันเทิงใจๆที่มีการเปลี่ยนกันมาจัดโชว์ทุกๆอาทิตย์
ใครกันแน่ที่อยากได้บรรยากาศแบบหนังโรแมนติกประเทศเกาหลีก็สามารถไปขี่จักรยานที่มีให้เช่าหลายแบบได้มันจะมีอีกทั้ง แบบปกติ แบบนั่งได้หลายๆคน หรือแบบใช้กระแสไฟฟ้าก็มีนะค่ะ ปั่นไปดูทิวทัศน์ไปก็เป็นอะไรที่ดีรวมทั้งฟินอยู่ไม่น้อยเลย แล้วถ้าหากต้องการจะดูเกาะนามิก็สามารถนั่งรถไฟซึ่งรถไฟนี้จะวิ่งไปทั่วๆเกาะเพื่อนักเดินทางได้มองเห็นทุกมุมนั่นเอง จริงๆกิจกรรมซึ่งสามารถทำเป็นบนเกาะมีมากมายเลยจริงๆไม่ว่าจะเป็นเที่ยวเล่น เล่นสวนสนุก หรือนั่งปิกนิกกับผู้ที่รักหรือครอบครัวก็ตาม ขอบอกอีกนิดหนึ่งว่าเกาะที่นี้เหมาะกับการขอแต่งงานมากมายๆเนื่องจากเป็นสถานที่งดงามมากมายจริงๆบรรยากาศก็โรแมนติกสุดๆแล้วตอนที่เหมาะสมกับการมาขอหรือโรแมนติกมันก็น่าจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นไม้ใบไม้จะมีการเปลี่ยนสีแดงสีเหลืองกระจัดกระจายอยู่ทั่วอีกทั้งเกาะเป็นอะไรที่สวยสดงดงามมากมายจริงๆ
การใช้เรือข้ามฟาก : ใช้เวลาราวๆ 5 นาที
07:30-09:00 (ทุกๆ30 นาที)
09:00-18:00 (ทุกๆ10-20 นาที)
18:00-21:40 (ทุกๆ30 นาที)
ในตอนที่คนเยอะมากมายๆจะวิ่งตลอดระยะเวลา

ทิป 6 เมืองประเทศเกาหลี!ในฤดูหนาวสุดฟิน!

ทัวร์เกาหลี คิดจะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือจะไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีแล้วละก็ ชี้แนะให้ท่องเที่ยวในฤดูหนาวของประเทศเกาหลีเลย เนื่องจากคุณจะได้มองเห็นทัศนียภาพงามๆในเทศกาลรับลมหนาวมากของประเทศเกาหลีซึ่งบอกได้เลยว่ามันจะพลาดมิได้จริงๆแถมยังได้ไปสัมผัสความหนาวที่ประเทศเกาหลีที่จำเป็นต้องบอกเลยว่าบรรยากาศไม่แพ้ทางยุโรปเลย แถมราคาก็ถูกมากยิ่งกว่าอีกด้วย วันนี้พวกเราจะพามาท่องเที่ยวเมืองที่น่าดึงดูดกัน จะมีเมืองอะไรบ้างตามมาจ้ะ
1. โซล (Seoul)
เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ รวมทั้งในตอนหน้าหนาวตรงนี้จะแปลงเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุด ด้วยเหตุว่าด้วยความหนาวที่ติดลบทำให้สถานที่เที่ยวงามๆแบบงี้เต็มไปด้วยหิมะ แถมยังมีลายสเก็ตน้ำแข็งที่โล่งแจ้งให้เล่นกันสนุกสนานๆอีกด้วย และก็ในตอนปีใหม่ที่ประเทศเกาหลียังมีคอนเสริร์ตจากนักร้องชั้นแนวหน้าล้นหลาม แต่ว่าถ้าเกิดคุณเป็นสายรับประทานก็ต้องห้ามพลาดเทศกาลของกินฤดูหนาวในบริเวณเมืองเก่า ที่มีทั้งยังเกาลัดคั่วและก็มันเผาหวานๆแสนอร่อย
2. ชุนชอน (Chuncheon)
เป็นเกาะนามิที่อยู่กึ่งกลางแม่น้ำตั้งอยู่ในเขตเมืองนี้นั้นเอง แล้วก็ในช่วงฤดูหนาวทุกสิ่งบนเกาะนี้จะเต็มไปด้วยหิมะ และก็ด้วยความหนาวจัดก็เลยจะมีผลให้น้ำเปลี่ยนเป็นแผ่นน้ำแข็งใหญ่ รวมทั้งทำให้ป่าแถวนี้แปลงเป็นสีขาวโพลน
3. พยองชาง (Pyeongchang)
เป็นเมืองที่มีชื่ออีกเมืองหนึ่ง ด้วยเหตุว่าด้วยพื้นที่ในช่องเขานี้ที่นี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นเมืองที่ลานสกี คุณจะได้สัมผัสกับการเล่นสกีแบบประเทศเกาหลีที่มีทั้งยังลานเล็กๆลานฝึกเล่นหรือลานสูงใหญ่บนเทือกเขา จริงๆตรงนี้มิได้มีดีเพียงแค่สกรีในฤดูหนาวแค่นั้น ซึ่งเมืองนี้เขามีเทศกาลตกปลาในน้ำแข็งกึ่งกลางแม่น้ำซึ่งมีชื่อไปทั่วทั้งโลกแบบเดียวกัน
4. โพชอน (Pocheon)
เป็นเมืองที่อยู่ชิดกับพยองชาง ในเมืองนี้มีช่องเขาล้นหลามที่มีความซับซ้อน ยิ่งในช่วงฤดูหนาวของประเทศเกาหลีในโพชอนเมืองนี้ก็จะยิ่งงามเพิ่มขึ้นเมื่อถูกปกคลุมด้วยหิมะ และก็มีโรงแรมมากมายก่ายกองที่เปิดให้บริการในฤดูหนาว
5. ยงอิน (Yongin)
หากไม่ได้อยากเดินทางไปไหนไกลจากกรุงโซลมากเท่าไรนัก เมืองยงอินก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับในการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว นอกเหนือจากการที่จะมีทิวทัศน์ทิวภาพที่งดงามแล้วเมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีด้วย แล้วคุณก็ไม่สมควรจะพลาดกับการที่จะเข้าไปเล่นเครื่องเล่นที่มีเฉพาะในตอนหิมะตกอย่างลานสกี
6. อาซัน (Asan)
อาซันเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศเกาหลีใต้ ถึงจะไม่ค่อยมีเทือกเขาหรือป่าที่ไม่น่าท่องเที่ยวเสมือนเมืองอื่นๆแม้กระนั้นตรงนี้ก็มีบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดจากธรรมชาติ เมืองนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นเมืองที่บ่อน้ำพุร้อนรวมทั้งสปาของประเทศเกาหลี สปาน้ำพุร้อนจำนวนมากของตรงนี้จะเปิดเตียนเพื่อรับอากาศด้านนอก โน่นจะก่อให้คุณได้สัมผัสกับการแช่น้ำร้อนในพื้นที่โล่งแจ้งพร้อมด้วยดูทิวทัศน์ทัศนียภาพของหิมะไปในตัวด้วย
รวมทั้งอีกทั้ง 6 เมืองนี้เป็นยอดเยี่ยมที่เที่ยวในประเทศเกาหลีในฤดูหนาว ที่พวกเราได้คัดสรรสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวมาเพื่อคุณได้ท่องเที่ยวแบบจุใจ คุณเริ่มต้องการที่จะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือยัง