6 น้ำตกแสนงามในประเทศญี่ปุ่น ความสวยที่จำต้องมาสัมผัส!

ทัวร์ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมถึงน้ำตกที่มีมากแล้วก็ได้รับการชมเชยในเรื่องความสวย น้ำตกที่ของประเทศญี่ปุ่นจะมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนกันออกไปในแต่ละมองในแต่ละที่ ได้แก่ หน้าหนาวก็จะมองสงบใจเย็น ฤดูใบไม้ผลิก็จะมองมีชีวิตชีวาแจ่มใสที่เต็มไปด้วยดอกไม้ หน้าร้อนก็จะมีความเขียวชอุ่มและก็เย็นแจ่มใส ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีก็จะเต็มไปด้วยสีสันโทนสีแดงเหลืองส้ม
6 น้ำตกแสนงามในประเทศญี่ปุ่น
1. น้ำตกฟุคิวะเระ
Fukiware Falls
ตั้งอยู่ที่นุมะตะชิ จังหวัดจับมะ มีความสูง 7 เมตร ความกว้าง 30 เมตรรวมทั้งมีน้ำที่ไหลแรง รูปแบบของน้ำตกนั้นจะมีผิวเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เพราะว่าเป็นการถูกสายน้ำกัดกร่อนมาอย่างนานก็เลยทำให้ลักษณะผิวเป็นอย่างนั้น แล้วน้ำตกตรงนี้จะมีขนหินเรียงรายอยู่เยอะๆ ก็เลยทำให้แปลงเป็นภาพทัศนียภาพที่สวยรวมทั้งต่างจากน้ำตกที่อื่นๆ
2. น้ำตกคันนอน
Kannon Falls
ตั้งอยู่ที่เขตค่ะระสึในจังหวัดซากะ มีความสูงโดยประมาณ 45 เมตรและก็กว้าง 10 เมตร น้ำตกที่นี้ตั้งอยู่บนแม่น้ำทากิกะวะ ทั้งยังตรงนี้ยังเป็นจุดบรรจบของน้ำตกถึง 8 ที่ รีวิวน้ำตกนั้นจะมีลำน้ำรวมทั้งแอ่งน้ำต่างๆอยู่รอบรอบซึ่งจะมีความงดงามที่ไม่แพ้กันอย่างยิ่งจริงๆ ยิ่งกว่านั้นตรงนี้ยังมีความเชื่อกันว่าน้ำตกตรงนี้นั้นมีพลังสำหรับเพื่อการรักษาตาได้อีกด้วย
3. น้ำตกฮิระยุยง
Hirayu Falls
ตั้งอยู่ในแถบโอลุกฮิดะ เขตทาคายะมะในจังหวัดกิฟุ ตรงนี้ติด 1 ใน 100 อันดับแรกๆของน้ำตกที่ยอดเยี่ยมของประเทศญี่ปุ่น ตรงนี้จะอยู่ในท่ามกลางช่องเขาป่าดง แล้วจะมีความสวยสดงดงามที่นานับประการในแต่ละฤดู รวมทั้งยิ่งไปกว่านี้เว้นเสียแต่ใจเย็นแจ่มใสรวมทั้งได้บรรยากาศบริสุทธิ์แล้ว รอบๆใกล้ๆน้ำตกก็ยังมีออนเซ็นซึ่งสามารถไปบรรเทากันได้ด้วย
4. น้ำตกโชจิ
Shoji Falls
ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติไม่นะไม่แอลป์ มีเทือกเขามากถึง 121 เมตรนับเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในบรรดาประเทศญี่ปุ่นฝั่งทิศตะวันออก ทางที่จะเดินเข้ามาในน้ำตกนี้อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความสลับซับซ้อนอยู่อย่างใหญ่โต แม้กระนั้นตรงนี้บอกได้เลยว่ามีทิวทัศน์ทัศนียภาพที่งาม รวมทั้งน่าเชื่อถือว่าจะเป็นการเปิดประสบการณ์การสัมผัสธรรมชาติที่คุ้มอย่างไม่ต้องสงสัย
5. น้ำตกโจเรน
Joren Falls
ตั้งอยู่ในจังหวัดชิซุโอะกะ เป็นน้ำตกที่ยอดเยี่ยมที่ติด 1 ใน 100 ที่ในประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังยังเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนเทือกเขาอะมากิ มีความสูงราว 25 เมตรแล้วก็แอ่งน้ำขนาดลึกโดยประมาณ 15 เมตร น้ำตกที่นี้เกิดมาจากลาวาของภูเขาไฟอาชิคุโบ รอบๆรอบรอบก็มีร้านรวงที่ขายวาซาบิดิบทั้งยังแบบใหม่ๆแล้วก็แบบดัดแปลง ทั้งยังสามารถตกปลารอบๆข้างล่างของน้ำตกได้อีกด้วย ซึ่งตรงนี้เขาจะมีจุดไว้สำหรับตกปลาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
6. น้ำตกที่นาชิ
Nachi Falls
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดวากายามะ มีความสูง 133 เมตร กว้างราว 13 เมตร แล้วก็มีแอ่งน้ำลึก 10 เมตร เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลทั้งปีและก็เยอะที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ทั้งยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 3 ของน้ำตกหนักในประเทศประเทศญี่ปุ่น ที่มีเจดีย์สามชั้นของสงฆ์เซงันโตะตั้งอยู่รอบๆน้ำตก เป็นภาพที่งามเช่นเดียวกันกับภาพวาดเลยก็ว่าได้

ที่น่าท่องเที่ยวในโอซาก้า ท่องเที่ยว รับประทาน ช้อป พร้อม!!

ทัวร์ญี่ปุ่น โอซาก้าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันจริงๆสถานที่เที่ยวก็มีให้ครบทุกแบบทุกแนวว่าจะเป็นวัดศาลหรือที่เที่ยวทางธรรมชาติ ต่อให้สวนสนุกที่ยิ่งใหญ่สุดยอด แถมของกินของตรงนี้ยังอร่อยมีให้เลือกแบบมากมายก่ายกองเยอะไปหมดกระทั่งไม่เคยรู้ว่าจะรับประทานอันไหนก่อน รวมทั้งที่สำคัญที่สุดยังราคาแพงที่ค่อยกว่าที่เมืองโตเกียวอยู่พอเหมาะพอควร ไม่ว่าจะเป็นค่าของกิน บ้านพัก หรือที่เที่ยว วันนี้พวกเราจะมาเสนอแนะที่เที่ยวในโอซาก้าที่บอกเลยว่าคุณจำเป็นที่จะต้องต้องการมาอีกทีอย่างแน่แท้
1. ตลาดลุกโรมง
Kuromon Ichiba Market
เป็นตลาดที่โด่งดังรวมทั้งดั้งเดิมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของในเมือง กระทั่งตรงนี้ได้รับคำสัญญานามว่าเป็นห้องครัวของโอซาก้า ด้านในตลาดนั้นจะเป็นฟุตบาททอดยาวเล็กๆโดยประมาณ 600 เมตรสองข้างถนนจะเต็มไปด้วยร้านต่างๆที่มีสูงถึง 160 ร้าน ซึ่งตลาดที่นี้จะขายทั้งยังของสดและก็ของแบบพร้อมทาน ทั้งยังมีขนมก็อบแก็บของกินพื้นบ้านมากมายก่ายกองหลากหลายประเภทที่คอยให้ท่านได้ลองกัน
2. จุดสำหรับชมวิวอาเบะโนะ ฮารุกัส
Abeno Harukas
อยู่บนอาคารสูง 300 เมตรซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ที่ตรงนี้นอกเหนือจากการที่จะเป็นจุดสำหรับชมวิวแล้วหลังจากนั้นก็ยังมีห้าง พิพิธภัณฑสถานศิลป์ รวมทั้งบังกะโล ด้านฟ้าที่จะไปดูทิวทัศน์นั้น คุณจึงควรขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 58 ชั้นนี้จะมีร้านค้าทะเบียนไม้มีร้านค้าคาเฟ่ร้านขายของของที่ระลึก บนชั้น 60 นั้นจะสามารถดูทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศามองเห็นได้ทั่วทั้งเมืองอย่างยิ่งจริงๆ
3. บริเวณคุ้นชินไซบาชิแล้วก็ไม่นามินัมบะ
Shinsaibashi / Minami Namba
ทั้งคู่นั้นเป็นถนนหนทางสายช้อปปิ้งครึ่งหนึ่งอินดอร์ที่มีความยาวสูงถึง 600 เมตร เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการมาท่องเที่ยวช็อปปิ้งจ่ายตลาดไปฝากคนทางบ้านเอามากๆซึ่งริมถนนนั้นจะเต็มไปด้วยร้านขายของที่ขายสินค้าต่างๆซึ่งจะมีร้านบูติก ร้านค้าแฟชั่น ห้องอาหารรวมทั้งร้านค้าของหวานอีกด้วย
4. พิพิธภัณฑสถานบะหมี่สำเร็จรูป
Momofuku Ando Instant Ramen Museum
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่เป็นประวัติความเป็นมาของบะหมี่ครึ่งสำเร็จรูปตั้งแต่สมัยก่อนจนกระทั่งปัจจุบันนี้ แล้วก็คุณลักษณะเด่นของตรงนี้เลยก็คือคุณสามารถสร้างบะหมี่สำเร็จรูปในลักษณะของตนเองได้ ว่าจะเป็นน้ำซุปหรือของเคียงต่างๆรวมทั้งสามารถเพ้นท์ถ้วยบะหมี่ได้ตามจินตนาการของคุณได้เลย กล่าวได้ว่าได้ทั้งยังวิชาความรู้ความเพลิดเพลินทั้งยังได้ของติดไม้ติดมือที่มีชิ้นเดียวในโลกอีกด้วย
5. หมู่บ้านอเมริกา
America Mura
คนไหนกันแน่เป็นสายแฟชั่นขาจะต้องมาตรงนี้ให้ได้เลย เพราะว่าตรงนี้เป็นเขตแฟชั่นของโอซาก้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นของความเป็นอเมริกัน ซึ่งจะมีบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ที่หาไหนมิได้ ตรงนี้จะย้ำไปที่ร้านขายของแล้วก็แฟชั่นของอเมริกันเป็นหลัก ยิ่งในตอนสุดสัปดาห์ก็จะเต็มไปด้วยวัยรุ่นต่างๆที่มาทำกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการเต้นการร้องเพลงหรือการเล่นดนตรี เรียกว่าย่านที่นี้เป็นบริเวณที่มีชีวิตชีวาที่สุดของเมืองโอซาก้าเลยก็ว่าได้

5 เมืองที่น่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น เมืองไหนเหมาะสมกับคุณ!

วันนี้พวกเรามีเมืองที่น่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น ซึ่งจะมาชี้แนะทุกคนที่กำลังคิดจะไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นอยู่ ผู้ใดกันแน่ที่ยังไม่รู้เรื่องว่าตนเองต้องการท่องเที่ยวเมืองไหนในประเทศญี่ปุ่น พวกเราถึงมีความคิดดีดีซึ่งรับประกันว่าท่องเที่ยวผู้เดียวได้อย่างง่ายๆ แล้วมาดูกันเลยว่าเมืองที่น่าท่องเที่ยวนี้อยู่บนนั้นมีเมืองอะไรบ้าง
1. เมืองโตเกียว
Tokyo
เป็นเมืองที่เมื่อคนใดกันแน่คิดจะไปประเทศญี่ปุ่นต้องคิดถึงเป็นลำดับแรกอยู่ตลอด อีกทั้งเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมรวมทั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยประสมประสานกับวัฒนธรรมเริ่มแรกของประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังมีแฟชั่นที่ผิดตาล้นหลามในเมืองโตเกียวอีกด้วย ซึ่งสถานที่น่าท่องเที่ยวในเมืองโตเกียวนั้นโดยมากที่นิยมก็จะเป็นฮาราจุกุแล้วก็เมืองโตเกียวทาวเวอร์ จริงๆก็มีสถานที่น่าท่องเที่ยวมากในเมืองโตเกียว บอกได้เลยว่าเมืองโตเกียวนั้นคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจแบบที่ไม่เคยมองเห็นจากที่ไหนมาก่อนแน่ๆ ที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีในเมืองโตเกียว แล้วตอนที่เมืองโตเกียวจะงามที่สุดก็คือจะเป็นตอนๆใบไม้เปลี่ยนสีรวมทั้งในช่วงฤดูดูซากุระ
2. เกียวโต
Kyoto
คนไหนที่รู้สึกชื่นชอบศิลป์แล้วก็วัฒนธรรมแบบตั้งเดิมของคนญี่ปุ่น เมืองนี้เป็นเมืองที่เหมาะสมกับคุณเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นวัดโบราณที่ทำให้ท่านรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตรงนี้ก็เป็นที่ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย ตอนที่น่าท่องเที่ยวเยอะที่สุดเลยก็คือฤดูใบไม้ผลินั่นเอง
3. โอซาก้า
Osaka
โอซาก้านั้นเป็นเมืองธุรกิจสำคัญของญี่ปุ่นแล้วก็ยังขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของราคาของกินที่สบายกระเป๋า ซึ่งเมืองนี้เหมาะสมกับผู้ที่ชอบใจการทานอาหารเป็นอันมาก เพราะว่าทุกทุกมุมของเมืองคุณจะสามารถหาร้านอาหารที่รสดีได้ทุกมุมเมืองแถมยังราคาถูกอีกด้วย นอกเหนือจากนั้นโอซาก้ายังเป็นที่ตั้งของศูนย์การแสดงสัตว์น้ำไคยูคังที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีวังโอซาก้า รวมทั้งมีที่เที่ยวจำนวนมากที่รอคอยให้ท่านได้ไปสนุกสนานอยู่ ซึ่งตอนที่จะท่องเที่ยวได้นั้นคุณสามารถท่องเที่ยวดูได้ตลอดทั้งปี
4. ฟุกุโอกะ
Fukuoka
เป็นเมืองที่เหมาะกับผู้ที่ถูกใจเล่นถูกใจอาหารทะเลอย่างมากมาย แล้วก็ต้องการบอกอีกอปิ้งหนึ่งว่าที่นี่ยังฯลฯตำรับของบะหมี่ราเม็งที่ขึ้นชื่อลือนามของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย แน่ๆเลยว่าถ้าคุณมาตรงนี้ก็ไม่สมควรจะพิงการกินราเม็งเด็ดขาด ยิ่งกว่านั้นฟุกุโอกะยังเป็นเมืองที่มีคุณภาพสำหรับการดำรงชีวิตสูงหรือเป็นเมืองที่เครียดต่ำที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ผู้ใดกันต้องการท่องเที่ยวชิวชิวไม่ซีเรียสก็สามารถมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้ ซึ่งฤดูท่องเที่ยวยอดฮิตนั้นจะอยู่ในตอนเดือนมีนาจนกระทั่งไปถึงเดือนพฤษภา หรือในตอนเดือนกันยาถึงเดือนตุลาเนื่องจากจะเป็นตอนๆที่อากาศกำลังสบายน่าท่องเที่ยวนั่นเอง
5. ทุ่งนารา
Nara
คนไหนกันที่ถูกใจสัตว์สวยสวยอย่างกว้างและก็เมืองนี้คงจะตอบปัญหาคุณอย่างดีเยี่ยม เพราะเหตุว่าไม่ว่าคุณจะเดินไปตรงไหนในเมืองท้องนารา คุณก็จะมองเห็นกรุ๊ปกวางทุกหนทุกแห่งที่เป็นมิตรกับผู้คน ทั้งเมืองที่นารายังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ล้นหลาม รวมทั้งเป็นต้นกำเนิดของขนบประเพณีต่างๆของคนประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งตอนที่น่าท่องเที่ยวนั้นสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีหรือจะมาท่องเที่ยวในตอนใบไม้เปลี่ยนสีก็ได้

5 สถานที่สำหรับท่องเที่ยวมหานครกรุงเมืองโตเกียว ที่สนุกสนานอย่างไม่ต้องสงสัย

ทัวร์ญี่ปุ่น เมืองโตเกียวเป็นมหานครและก็เป็นเมืองสำคัญของประเทศญี่ปุ่น อีกทั้วยังเป็นเมืองที่มีสถานที่เที่ยวดังๆยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่นอยู่ตรงนี้อีกด้วย รวมทั้งการเดินทางสำหรับเพื่อการท่องเที่ยวนั้นก็แสนสบายรวมทั้งง่ายสุดๆเนื่องจากว่ามีระบบระเบียบขนส่งที่กระจัดกระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ การเดินทางไปในที่ต่างๆมันสบายรวมทั้งง่ายสุดๆๆวันนี้พวกเราจะมาชี้แนะสถานที่เที่ยวของกรุงเมืองโตเกียว ที่พักว่าเพื่อนพ้องๆจึงควรถูกใจอย่างแน่แท้
1. สวนโชวะ คิเนน
Showa Kinen Park
ถูกผลิตขึ้นเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีของจักรพัตราธิราชโชวะ ซึ่งตรงนี้มีขนาดใหญ่ถึง 16,300 เอเคอร์ อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองโตเกียว ด้านในของตรงนี้จะแบ่งโซนออกเป็น 2-3 ส่วนโดยในแต่ละส่วนนั้นจะเชื่อมต่อกันด้วยทางสำหรับทางเท้าและก็รถจักรยาน ปากทางเข้าหลักจะเรียงรายด้วยต้นกิงโกะรวมทั้งต้นเมเปิ้ล ที่จะงามเป็นพิเศษในฤดูใบไม้หล่นอีกด้วย
2. สวนอุเอโนะ
Ueno Park
สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเมืองโตเกียว บอกเลยว่าสวนสาธารณะที่นี้ไม่ใช่เพียงแค่ส่วนปกติแม้กระนั้นด้านในนั้นมีที่เที่ยวครบถ้วนบริบูรณ์มากมายๆมีทั้งยัง ศาลเจ้า ทะเลสาบ รวมทั้งสวนสัตว์อีกทีมีบรรยากาศร่มรื่น ก็เลยทำให้ตรงนี้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองโตเกียวกันจำนวนไม่ใช่น้อย ซึ่งในตอนที่จะมีคนนิยมมาเยอะที่สุดก็คือจะเป็นตอนๆฤดูใบไม้ผลิที่มีต้นซากุระมีดอก ซึ่งทุกคนในกรุงเมืองโตเกียวรวมทั้งนักเดินทางจะมานั่งพักแล้วก็เพื่อดูดอกซากุระกันจำนวนไม่ใช่น้อย
3. ตลาดอะเมโยโกะ
Ameyoko Market
อีก 1 ตลาดที่มีคนมาท่องเที่ยวเยอะที่สุด ซึ่งตลาดที่นี้จะมีบรรยากาศที่รื่นเริงอยู่เสมอเวลา ตรงนี้จะเป็นตลาดช่วงเวลากลางวันที่ร้านค้าโดยมากจะเริ่มเปิดตั้งแต่ 10:00 นไปถึงตอนเย็นแล้วชอบปิดทุกเมื่อเชื่อวันพุธ สิ่งที่น่าดึงดูดของตลาดที่นี้ก็น่าจะเป็นการที่มีผลิตภัณฑ์ที่นานัปการเยอะมาก นึกว่าจะมีอีกทั้งของสดของใช้ของสอยอาหาร เครื่องแต่งตัว กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าทั้งยังของประเทศญี่ปุ่น ของนำเข้าจากต่างแดน อาหารทะเล ผลไม้ ผักสด ร้านค้าของหวานขนมก็อบแก็บ ทาโกะยากิยักษ์ โมจิ เค้ก ช็อคโกแลต ไอติม เฉลียงมมุก แล้วก็ห้องอาหารประเทศญี่ปุ่น กล่าวได้ว่ามีของทุกๆอย่างจริงๆ
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองโตเกียว
Tokyo National Museum
ตั้งอยู่ข้างในสวนอุเอโนะ เขตไทโต เป็นพิพิธภัณฑสถานที่มีความเก่าแก่รวมทั้งใหญ่มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตัวตึกนั้นเป็นการผสมระหว่างความเป็นตะวันตกและก็อารยธรรมของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างพอดี ข้างในพิพิธภัณฑสถานจะเต็มไปด้วยศิลป์วัตถุโบราณ แล้ววัตถุล้ำค่าที่มีทั้งยังของประเทศญี่ปุ่นเองจนถึงไปถึงของทวีปเอเชียที่เอามาแสดง
5. สวนสัตว์อุเอโนะ
Ueno Zoo
สถานที่ท่องเที่ยวที่จะจำเป็นต้องมาให้ได้ซึ่งอยู่กลางเมืองบริเวณอุเอโนะ ตรงนี้ไม่ใช่แค่สวนสัตว์ปกติแต่ว่าเป็นสวนสัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าโบราณสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังที่ตั้งของสวนสัตว์นี้ก็ยังอยู่ด้านในส่วนตัวมากอีกด้วย ตรงนี้เป็นสวนสัตว์ที่ใหญ่มากๆด้านในก็มีการจัดโชว์สัตว์ที่มากมายสายพันธุ์แม้กระทั้งสัตว์ที่หายากก็ยังมีให้มอง แฟนสัตว์มาตรงนี้รับประกันได้เลยว่าควรต้องถูกใจแล้วก็ชอบใจกันอย่างไม่ต้องสงสัย

4 เมืองน่ารักน่าเอ็นดูๆในประเทศญี่ปุ่น ที่น่าไปพัก ให้คลายความอ่อนล้า!

สำหรับผู้ใดกันแน่ที่กำลังหาทริปไปทัวร์ประเทศญี่ปุ่นอยู่ ทัวร์ญี่ปุ่น วันนี้ก็เลยต้องการจะพาทุกคนมาพักชานเมือง บอกเลยว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นมิได้มีดีๆหรือมีที่น่าท่องเที่ยวเพียงแค่เมืองโตเกียวนะคะ แต่ว่าชานเมืองของประเทศญี่ปุ่นนั้นมีที่น่าท่องเที่ยวที่มากมายแล้วก็บรรยากาศดีสุดๆอีกด้วย จริงๆชานเมืองนั้นก็จะมีบรรยากาศที่ดีมากยิ่งกว่าในเมือง ก็อย่างว่าในเมืองมันจะมีมลภาวะมลพิษมากซึ่งแตกต่างจากชานเมืองที่จะมีบรรยากาศมีชีวิตชีวาด้วยเหตุว่ามีความเที่ยงธรรมชาติที่มากกว่า แต่ว่านี่ก็มิได้กล่าวว่าในเมืองมันไม่ดีนะคะเพียงแต่ว่าต้องการให้ทุกคนได้รู็ว่านอกเมืองนั้นก็น่าดึงดูดไม่แพ้กัน เอาละจ้ะพวกเรามาดูกันเลยว่ามีเมืองอะไรบ้างที่น่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ลุ้ย!
1. ติดอยู่ลุกโนะดาเตะ
(Kakunodate)
เมืองที่นี้เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอาคิตาของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในอดีตกาลเมืองที่นี้เป็นเมืองที่มีซามูไรพักอยู่ แล้วตรงนี้เขาก็จะมีการแบ่งเขตเป็นของซามูไรและก็เขตของพ่อค้า สุดแต่ก่อนนั้นก็จะมีพระราชวังติดอยู่ปะทุโนะดาเตะที่เป็นภูมิลำเนาของซามูไรในสมัยก่อน แต่ว่าในเวลานี้ประสาทแบบงี้ก็ไม่มีอีกแล้วแต่ว่าก็ยังคงมีชื่อทางวัฒนธรรมแล้วก็จารีตประเพณีของซามูไรเอาไว้
2. ทาคายาม่า
(Takayama)
เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟูของญี่ปุ่น เมืองที่นี้เมืองที่นี้ได้โอบล้อมไปด้วยเทือกเขา ซึ่งจะมีโซนเมืองเก่าลำดับที่สองริมทางจะเต็มไปด้วยตึกไม้ประเทศญี่ปุ่นแบบโบราณที่เปิดเป็น ห้องอาหาร ร้านค้าคาเฟ่ หรือร้านค้าของกำนัลต่างๆเพื่อต้อนรับนักเดินทางให้เข้ามาใช้จ่ายกัน บรรยากาศของตรงนี้จะก่อให้ทุกคนรู้สึกเสมือนย้อนยุคเข้าไปในยุคเอโดะเลยละจ้ะ แล้วในตอนเมษายนและก็ตุลาคมของทุกปี ก็จะมีการจัดงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และก็งามเอามากๆเมื่อมีเทศกาลในเมืองก็จะถูกประดับประดาไปด้วยตะเกียงซึ่งงามจริงๆ
3. ชิรากาว่าโกะ
(Shirakawago)
เหมาะสมกับผู้ที่ชอบพอความยุติธรรมชาติเข้าไปอีก เมืองที่นี้เป็นหมู่บ้านโบราณกึ่งกลางซอกเขาที่บางครั้งก็อาจจะจำต้องใช้เวลานานหน่อยสำหรับการเข้าไปในหมู่บ้าน ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศความเป็นต่างจังหวัดหน่อยๆของประเทศญี่ปุ่นก็สามารถมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้ ซึ่งที่อยู่อาศัยของตรงนี้หลังคาก็จะทำมาจากต้นหญ้าซึ่งจะมีขนาดใหญ่และก็ปกคลุมตัวบ้านไปเลย ที่ทำแบบงั้นก็เพื่อจะสามารถรับน้ำหนักของหิมะได้ในตอนหน้าหนาว ชี้แนะว่าให้ทดลองไปในตอนหน้าหนาวมองเนื่องจากว่ามันจะมีเทศกาล Shirakawago Winter Light-Up ที่เป็นการเปิดไฟส่องไปที่ตัวบ้าน ก็เลยทำให้บรรยากาศของหมู่บ้านที่นี้ราวกับอยู่ในเทพนิยายก็ว่าได้
4. คาวาโกเอะ
(Kawagoe)
หลายๆที่ของประเทศญี่ปุ่นจะยังคงสงวนมีความเป็นประเทศญี่ปุ่นอยู่ตลอด ตรงนี้ก็เหมือนกันเพราะเหตุว่าที่อยู่อาศัยต่างๆจะเป็นตึกประเทศญี่ปุ่นโบราณที่มีการรักษาไว้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งยังยังมีร้านค้าขายของหวานโบราณที่ทำให้มีความรู้สึกอย่างกับหลุดไปอย่างยุคซามูไรเลย แม้กระนั้นนอกเหนือจากร้านค้าของหวานและจากนั้นก็ยังมีร้านขายของฯลฯ

สายรับประทานจำต้องมาตรงนี้ โอซาก้าญี่ปุ่น ที่เปลืองที่ท่องเที่ยวมาก!!

ทัวร์ญี่ปุ่น ต้องการทัวร์ประเทศญี่ปุ่นแม้กระนั้นไม่เคยรู้จะไปไหนดีในประเทศญี่ปุ่น นี่เลย โอซาก้า! ที่เป็นเมืองที่สีสันของประเทศญี่ปุ่นมีที่เที่ยวมากมายหลากอารมณ์เอามากๆยิ่งหากคนใดกันเป็นสายที่ถูกใจรับประทานอยู่แล้วหลังจากนั้นก็จึงควรมาให้ได้เลยด้วยเหตุว่าตรงนี้รวมของกินประเทศญี่ปุ่นอร่อยๆไว้ทั้งหมดทั้งปวงไม่ว่าจะเป็น ทาโกะยากิ สตรีทฟู้ดรสเลิศ โอวัวโนะไม่ยากิ พิซซ่าประเทศญี่ปุ่น ของทอดทิ่มไม้ รวมทั้งของว่างฟินๆต่างๆบอกเลยมากม๊วกก แล้วตรงนี้มิได้มีดีเพียงแค่ของกินอร่อยนะจ๊ะแต่ว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสถานที่เที่ยวนั้นก็ไม่แพ้กัน เอาละเพื่อไม่ให้เสียเวล่ำเวลาพวกเรามาดูกันเลยว่ามีที่เที่ยวที่แห่งใดบ้างที่น่าท่องเที่ยวในโอซาก้า Go go!!
วังโอซาก้า
(Osaka Castle)
มาท่องเที่ยวโอซาก้าก็จำเป็นที่จะต้องมาที่พระราชวังโอซาก้าก่อนลำดับแรก วังที่นี้เป็นเครื่องหมายของเมืองนี้เลยแล้วยังเป็น 1 ใน 3 ของวังที่โด่งดังที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ตรงนี้นี่ถูกทำขึ้นในพักหลังศตวรรษที่ 16 ได้สร้างเป็นบ้านพักของผู้บังคับบัญชากองกำลังสำคัญในยุคเซ็นโกระอุ แน่ๆว่าประสาทยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ในอดีตก็เลยใช้เวลาสำหรับในการสร้างนานถึง 16 ปีถึงจะเสร็จ
บริเวณโดทงโบริ
(Dotonbori)
บริเวณนี้จะเริ่มตั้งแต่สะพานโดทงโบริบาชิไปจนกระทั่งสะพานนิปปงบาชิ ตรงนี้ถือได้ว่าสถานที่เที่ยวที่กระปรี้กระเปร่ามากมายๆในโอซาก้า แล้วจะลืมข้อตกลงลักษณ์ของตรงนี้มิได้เลยก็คือป้ายไฟกูลิโกะที่มีชื่อเสียงไปทั้งโลกใครๆต่างก็รู้จักป้ายไฟนี้ แล้วผู้ใดที่มาก็ตามก็ต้องถ่ายภาพกับป้ายนี้อย่างไม่ต้องสงสัย แน่ๆว่าเป็นบริเวณที่มีการท่องเที่ยวช้อปปิ้งกันก็ควรจะมีของกินเครื่องดื่มล้นหลาม สุดแท้แต่ละร้านค้านั้นก็จะมีป้ายไฟที่ทำเพื่อเย้ายวนใจให้เข้ามาใน้ราย แบบยิ่งใหญ่จัดหนักจัดสุดกำลังสุด!
ศูนย์การแสดงสัตว์น้ำไคยูคัง
(Osaka Aquarium Kaiyukan)
ถ้าหากถามคำถามว่าพิพิธภัณฑสถานบ้านพวกเราก็มีเพราะอะไรจำเป็นต้องมาดูถึงที่นี่ รีบตบปากในช่วงเวลานี้เลยแรง!เพราะเหตุว่าพิพิธภัณฑสถานที่นี้เป็นอะควาเรียมที่ยอดเยี่ยมในประเทศประเทศญี่ปุ่นแล้วก็ในทวีปเอเชียอีกด้วย ไฮไลท์ของตรงนี้เลยก็คือตู้อะควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดแล้วก็ลึกกว่า 9 เมตร โดยจะมีปลาฉลามวาฬขนาดยักษ์ที่ว่ายโชว์ตัวอยู่ในตู้ เป็นอะไรที่สร้างความระทึกใจให้กับนักเดินทางเอามากๆเลยละค่ะ แล้วจะต้องพูดว่าตรงนี้ยังเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมสัตว์น้ำแล้วก็สัตว์บกมากยิ่งกว่า 300 ชีวิตและก็มีราวๆ 620 สายพันธุ์จากทั่วทั้งโลก!! ผู้ใดรู้สึกชื่นชอบสัตว์สมุทรจะพลาดมิได้เนื่องจากบางจำพวกก็หายาก หาดูที่แหน่งใดมิได้นะ
หมู่บ้านอเมริกา โอซาก้า
(America Village)
เพียงแค่ชื่อก็ไม่น่าเชื่อแล้วว่าที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีหมู่บ้านอเมริกาอยู่ด้วย จำเป็นต้องบอกเลยว่าสถานที่เที่ยวที่นี้เป็นที่วัยรุ่นประเทศญี่ปุ่นโอซาก้าชอบมาท่องเที่ยวกัน แล้วเพียงพอมีวัยรุ่นมาท่องเที่ยวจำนวนมากตรงนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางที่แฟชั่น มีร้านจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น ร้านแบรนด์เนม ร้านขายของแฟชั่น ร้านค้าขายไอเทม ร้านค้าขายเครื่องแต่งตัวอะไรต่างๆเยอะไปหมด ผู้ที่รู้สึกชื่นชอบการมาไปเที่ยวมาเดินช็อปก็จำต้องมาตรงนี้ให้ได้

5 ที่เที่ยวพักกายหัวใจในประเทศญี่ปุ่น ที่พักว่าฟิน!!

ทัวร์ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความมากมายหลากหลายในเรื่องของสถานที่เที่ยวและก็ความงามทางธรรมชาติ ทั้งยังมีอาหารที่นานัปการให้น่าทานเยอะไปหมด ประเทศญี่ปุ่นเลยเปลี่ยนเป็นประเทศที่ใครๆก็ต้องการจะไปท่องเที่ยว วันนี้พวกเราก็เลยจะมาชี้แนะสถานที่เที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ที่พักว่าคุณจำเป็นต้องประทับใจอย่างไม่ต้องสงสัย
1. ศาลเจ้าเมจิ
Meiji Jingu
เป็นศาลเจ้าที่โบราณแล้วก็ดังมากมาย ซึ่งอยู่ศูนย์กลางเมืองโตเกียว ซึ่งศาลเจ้าที่นี้เสนอแนะเลยว่าคุณห้ามพลาดเลยเด็ดขาดแม้คุณได้ไปประเทศญี่ปุ่น ศาลเจ้าที่นี้รายล้อมไปด้วยต้นไม้เยอะแยะ และก็คุณลักษณะเด่นอีกอย่างก็อยู่ตรงที่โทริอิที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งศาลเจ้าที่นี้คนประเทศญี่ปุ่นชอบมาแต่งแบบเริ่มแรกแล้วก็มีคนมาขอพรในวันปีใหม่กันมากไม่น้อยเลยทีเดียว
2. เมืองโตเกียวดิสนี่ย์แลนด์ และก็ดิสนี่ย์ซี
Tokyo Disneyland & Tokyo Disneysea
เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองโตเกียว ที่คนแก่แล้วก็เด็กสามารถเข้ามาเล่นบันเทิงใจในนี้ได้ทุกวัย ตรงนี้มีของเล่นเด็กจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นพระราชวังหรือเครื่องเล่นอื่นๆล้นหลาม ทั้งยังยังมีจุดถ่ายภาพงามๆล้นหลาม รวมทั้งทีเด็ดที่สุดของตรงนี้ก็คือขบวนพาเหรดที่มีตัวละครดิสนีย์เยอะมากเข้ามาร่วมแห่ขบวน เพื่อสร้างสีสรรค์แล้วก็ความสนุกสนานให้กับผู้ชม คนไหนที่ถูกใจตัวการ์ตูนดิสนีย์แลนด์คุณจะมาท่องเที่ยวตรงนี้อย่างยิ่ง
3. วัดอาซากุสะ หรือ วัดเซนโซจิ
Sensoji Temple
ตรงนี้เป็นที่เที่ยวสำคัญของประเทศญี่ปุ่น เพราะว่าลักษณะเด่นของตรงนี้เลยก็คือประทีปแดงอันใหญ่ยักษ์ที่ตั้งอยู่วัดอาซากุสะนั่นเอง ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากจะนิยมมาไหว้พระขอพรกันที่นี่ แล้วยิ่งเป็นในตอนวันขึ้นปีใหม่ด้วยแล้วพวกเราก็จะอัดแน่นไปด้วยผู้คนที่มาขอพรอย่างมากมาย ทั้งยังรอบๆหน้าวัดนั้นยังมีร้านขายของรับประทานอร่อยอร่อยมากมาย รวมทั้งมีร้านค้าขายสิ่งของเพื่อทุกคนได้ช็อปกันอย่างเพลิดเพลินๆ
4. ทะเลสาบคาวาฉันจิโกะ
Lake Kawaguchiko
คนใดกันแน่ที่ต้องการท่องเที่ยวแบบมองเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติทะเลสาบแบบชัดชัดเสนอแนะมาที่ทะเลสาบคาวากุจิโกะ ซึ่งทะเลสาบที่นี้จะสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิแบบงามงามได้แจ่มชัด แล้วยิ่งเป็นฤดูที่ซากุระบานแล้วพวกเราก็จะรู้สึกราวกับอยู่ในรูปภาพวาด เนื่องจากว่าจะมีดอกซากุระที่กำลังชื่นบานตัดกับความงามของภูเขาไฟฟูจิ อีกอย่างทะเลสาบที่นี้เป็นที่พักผ่อนผ่อนคลายของคนประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย
5. ดงไผ่
Sagano
ดงไผ่ของประเทศญี่ปุ่นตรงนี้เป็นสถานที่ที่น่าจะลองท่องเที่ยวมองสักหนึ่งครั้ง ยิ่งเป็นสายที่ถูกใจถ่ายภาพด้วยแล้วละก็จะเป็นสถานที่ที่ถ่ายภาพที่งามมากมายอีกแห่งหนึ่ง ดงไผ่โชคดีนี้เป็นดงไผ่แบบเริ่มแรกของประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีบริการเช่าชุดแบบประเทศญี่ปุ่นให้ใส่มาถ่ายภาพอีกด้วย ถือว่าเป็นสถานที่ที่น่าลองท่องเที่ยวเป็นอันมาก

มาท่องเที่ยว ฮอกไกโด กันเหอะ! กับที่เที่ยวสำคัญบนเกาะ

ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโดเป็นเกาะที่ใหญ่ชั้นสองของประเทศญี่ปุ่น มีอุโมงค์ใต้สมุทรเชื่อมต่อถึงกันรวมทั้งนอกนั้นยังเป็นเขตการปกครองที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะ ซึ่งมีฮอกไกโดเป็นศูนย์กลาง ฮอกไกโดเป็นเขตที่มีคนอาศัยอยู่บางเบาซึ่งมีพลเมืองบนเกาะทั้งหมดทั้งปวงราวๆ 5,000,000 คน พี่นี่ถือได้ว่าเขตที่มีอากาศหนาวเย็นโดยจะมีหิมะท่วมอยู่ราวสี่ถึงหกเดือน ในช่วงฤดูหนาวนั้นก็จะมีอุณหภูมิ -20 ถึง 5 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงฤดูร้อนก็จะมีอุณหภูมิถึง 15 ถึง 30 องศาเซลเซียส
ภูมิทัศน์ของตรงนี้เป็นเทือกเขาโดยมาก ซึ่งจะมีธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์มีวิวที่งามก็เลยมีผู้คนจำนวนมากนิยมมาตากอากาศ หรือย้ายมาอาศัยดำเนินงานกันที่นี่เยอะๆ
ที่เที่ยวสำคัญบนเกาะ
1. โทยะออนเซ็น
Toyako onsen
เป็นเมืองชายหาดสาบที่มีทิวภาพที่สวยงามอย่างมาก สามารถมาล่องเรือท่องเที่ยวหรือจะดูภูเขาไฟอุชุกับภูเขาไฟโชวะคุ้นชินซังก็ได้
2. โนโบริเบ็ทสึ
Noboribetsu
มีอะควาเรี่ยมที่ทำเป็นทรงพระราชวังโบราณ และก็เมืองอาบน้ำแร่ โนโบริเบ็ทสึออนเซ็น กับซอกเขาเมืองนรกจิโกะกุดานิ ที่พล่านด้วยไอกำมะถันของภูเขาไฟ
3. ฟุระโนะ / บิเอ
Furano / Biei
ตรงนี้ในช่วงฤดูหนาวจะเป็นแหล่งเล่นสกีที่ยอดฮิต ในช่วงฤดูร้อนนั้นก็จะเป็นแหล่งที่นักเดินทางจะมาดูความงดงามของทุ่งดอกพวกเราเวนเดอร์และก็มีทุ่งดอกไม้ที่มากมายสีสัน สำหรับเมืองบิเอนั้นจะเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ใกล้เคียงกัน ซึ่งจะเป็นที่รู้จักในเรื่องของทิวทัศน์ของทุ่งรวมทั้งเนินสีเขียว ในช่วงฤดูร้อนนั้นจะมีนักท่องเที่ยวนิยมมาขี่จักรยานท่องเที่ยวดูกัน
4. อาซาฮิคาวะ
Asahikawa
เป็นเมืองใหญ่ชั้นสองของเกาะฮอกไกโดอยู่ใจกลางเกาะ เป็นที่ขึ้นชื่อว่าหนาวเย็นที่สุดในช่วงฤดูหนาว มีสวนสัตว์มีสัตว์ขั้วโลกไม่ว่าจะเป็นหมีขาวหรือนกเพนกวิน ทั้งยังยังมีพิพธภัณฑ์หิมะอีกด้วย
5. ชิโตเสะ
Chitose
เป็นที่ตั้งท่าอากาศยาน New Chitose ประตูสู่ฮอกไกโด ในรอบๆใกล้ๆนั้นจะมีพิพิธภัณฑสถานปลาแซลมอน จะมีทะเลสาบชิกอทสึอีกด้วย
6. อะบาชิริ
Abashiri
เป็นเมืองที่อยู่ด้านตะวันตกออกเฉเหนือ ใกล้แหลมชิเรโตโกะ และก็คราวก่อนตรงนี้เคยใช้เป็นตารางผู้ต้องขังคดีสำคัญอีกด้วย ตอนนี้ได้ทำเป็นพิพิธภัณฑสถานคุกแทน ในปลายหน้าหนาวของตรงนี้ก็เป็นจุดที่จะร่องเรือตัดน้ำแข็งออกไปสมุทร เพื่อดูก้อนน้ำแข็งที่ละลายออกมาจากขั่วเหนืออีกด้วย ในรอบๆใกล้ใกล้กันนั้นก็จะมีอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมสัตว์ป่ารวมทั้งพืชพันธ์ต่างๆนั่นเอง

5 เมืองธรรมชาติ น่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ที่จะต้องทดลองไป!!

ทุกๆวันนี้คนประเทศไทยพวกเราท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันอย่างใหญ่โต ทัวร์ญี่ปุ่น ในประเทศประเทศญี่ปุ่นนั้นมีอะไรหลายๆอย่างที่คนประเทศไทยอย่างพวกเราชอบพอ ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่เย็นสบายมีสถานที่เที่ยวที่สวย ทั้งยังอาหารก็ยังถูกกว่าไปเสียดูเหมือนจะทุกอย่าง การไปมาก็สบายแม้กระทั่งเป็นการท่องเที่ยวคราวแรกก็ตาม ต้องการจะมาเสนอเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากใหม่ๆของประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการให้เพื่อนพ้องๆได้มาท่องเที่ยวกันสักหนึ่งครั้ง ยืนยันได้ว่าสวยสดงดงามไม่แพ้เมืองดังๆที่อื่นๆอย่างไม่ต้องสงสัย
1. ฮาลุกบะ / Hakuba
เมืองธรรมชาติเล็กๆที่เป็นที่รู้จักเลื่องลือมากมายในเรื่องของประสิทธิภาพแล้วก็จำนวนของหิมะ ที่เมืองที่นี้มีสถานที่เล่นสกีโด่งดังเยอะมาก ทั้งยังยังมีทิวทัศน์ที่งามมากมายในช่วงฤดูหนาวกระทั่งเสมือนอยู่ในเทพนิยายก็ว่าได้ ถ้าคนใดปรารถนามาสัมผัสอากาศหนาวก็มาในตอนม.ค.ถึงมี.ค. ถ้าผู้ใดต้องการเล่นสกีแต่ว่าเล่นไม่ค่อยเป็น ชี้แนะว่าให้รับการฝึกการสอนจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญก่อน
2. ยูฟุอิน / Yufuin
เมืองน้ำพุร้อนเล็กๆที่คนประเทศญี่ปุ่นชอบพอเป็นที่สุด เมืองนั้นตั้งอยู่กึ่งกลางซอกเขาซึ่งหากว่ามองดูไปรอบด้านก็จะมองเห็นทิวทัศน์เทือกเขางามๆทุกรอบทิศทาง ทั้งตรงนี้ยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟโด่งดังที่ยังคงไม่ดับ ตรงนี้ยังเป็นแหล่งน้ำแร่คุณภาพดี เมืองนั้นจะเต็มไปด้วยร้านขายของที่ขายของสวยๆน่าดึงดูด ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรมหรือร้านค้าของหวานที่น่าตาน่ารักน่าเอ็นดูน่ารับประทาน
3. ค้างไม่วัวจิ / Kamikochi
สถานที่ที่เหมาะกับการไปพักอย่างมากมาย ด้วยเหตุว่าตรงนี้มีทั้งหมดทุกอย่างเป็นการคลายอารมณ์ไม่ว่าจะเป็น น้ำที่ใสราวกับกระจก ป่าดงที่เขียวชอุ่ม ฟ้าที่ผ่องใส หรืออากาศที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง ก็เลยจัดเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งที่ควรจะมาท่องเที่ยวเพื่อบรรเทา ก็เลยทำให้ตรงนี้ถูกให้ฉายาว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนอาทิตย์อุทัย ตรงนี้เขาจะห้ามไม่ให้เอารถส่วนตัวเข้ามาเนื่องจากว่ากฎเกณฑ์ในเรื่องของสภาพแวดล้อมนั่นเอง
4. ไม่นาคาไม่ / Minakami
เป็นเมืองเล็กๆที่มีเทือกเขางามสวยแล้วก็มีสายธารที่แจ่มใส มีต้นไม้ใบต้นหญ้าที่ยังคงสมบูรณ์บริบูรณ์กระทั่งไม่น่าเชื่อว่าอยู่ห่างจากเมืองโตเกียวแค่นิดเดียว เด่นของเมืองนี้จะอยู่ที่บ่อน้ำพุร้อนมีชื่อ ซึ่งสามารถแช่ได้อีกทั้งกึ่งกลางธรรมชาติ โดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีก็จะเป็นฤดูที่สวยสดงดงามที่สุดบรรยากาศก็จะถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้สีแดง ถ้าเกิดมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนนั้นก็สามารถไต่เขาได้ แล้วถ้าเกิดมาท่องเที่ยวฤดูใบไม้ร่วงก็สามารถนั่งตะกร้าดูทิวทัศน์วิวได้ด้วยเหมือนกัน
5. ทาเทยาม่า / Tateyama
เทือกเขาทาเทยาม่าที่ตั้งของเมืองทาเทยาม่า นับว่าเป็น 1 ใน 3 เทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น เมืองนี้จะมีสถานที่ที่คนเมืองให้ความนับถือรวมทั้งบูชากันอย่างมากก็คือศาลเจ้าโบราณโบราณ ที่ตั้งอยู่ถ้ำชายป่าแล้วก็แก่นับร้อยปี ในเมืองยังมีกิจกรรมต่างๆในช่วงฤดูหนาว เป็นสถานที่เที่ยวอย่างกำแพงหิมะ หรือการปั้นตุ๊กตาหิมะ เดินผ่านทุ่งหิมะ ก็ยังเป็นที่ชื่นชอบมากมายอีกด้วย

3 เมืองเด็ด!ที่น่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ไปเมื่อใดก็ถูกใจได้ตลอดเวลา

ทัวร์ญี่ปุ่น จะท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะไปกับทัวร์ประเทศญี่ปุ่นหรือไปด้วยตัวเอง ก็จะต้องการไปในตอนเทศกาลเพื่อจะได้มองเห็นสถานที่เที่ยวในช่วงฤดูนั้นแบบจัดเต็ม ยิ่งเป็นสายถ่ายรูปเซลฟี้ก็ต้องการจะเก็บภาพงามๆกลับมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งความตรึงใจสำหรับในการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในตอนนั้น วันนี้ก็เลยต้องการจะเสนอแนะสถานที่เที่ยวว่าท่องเที่ยวไหนน่าจะไปเดือนไหนดี เพื่อตรงเทศกาลหรือเพื่อไปในตอนที่งามที่สุด พวกเรามาดูกันเลยแรง
1. ฮอกไกโด
(Hokkaido)
เป็นเกาะที่ใหญ่ชั้น 2 ของญี่ปุ่น ซึ่งเกาะที่นี้สะดุดตาในเรื่องของหิมะซึ่งสามารถล่อใจนักสกรีนจากประเทศต่างๆให้ต้องการมาสัมผัส ทราบไหมว่าหิมะของตรงนี้มันละเอียดกระทั่งราวกับแป้งทั้งยังยังครึ้มแล้วก็นุ่มฟูอีกต่างหาก หากไม่กล่าวว่าเป็นหิมะก็อาจนึกว่าเป็นขนมปังชะอีก ฮอกไกโดก็เลยเหมาะสมกับการมาท่องเที่ยวในฤดูหนาวเป็นที่สุด ซึ่งในฤดูหนาวก็จะเริ่มโดยประมาณพ.ย.ถึงเดือนมีนาคม แต่ว่าก็มิได้เพียงแต่เด่นในเรื่องของหิมะแค่นั้นเพราะว่าในฤดูร้อนคุณก็จะได้มองเห็นความเขียวชอุ่มรวมทั้งดอกไม้ที่บานอย่างพร้อมใจกัน ซึ่งจะอยู่ในตอนมิ.ย. ถึงตุลาคม
ตอนที่น่ามาท่องเที่ยว
หน้าหนาว(หิมะ) : พ.ย. – มี.ค.
หน้าร้อน(ดอกไม้นานาชนิด) : เดือนมิถุนายน – ต.ค.
2. โทโฮลุก
(Tohoku)
บอกเลยว่าที่นี่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่สวยแห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นแนวเขาป่าดงแม่น้ำหรือสมุทรที่ถูกธรรมชาติประดิษฐ์ไว้อย่างงดงาม คนไหนที่ต้องการจะมาแช่ผิวก็สามารถมาตรงนี้ได้ไพเราะออนเซ็นตรงนี้แก่มากยิ่งกว่า 400 ปี เนื่องจากว่าไม่ธรรมดาของอายุออนเซ็นแล้วทิวทัศน์ของตรงนี้นั้นก็ยังไม่ธรรมดาอีกด้วย แล้วตอนที่สวยสดงดงามแล้วก็พีคที่สุดของตรงนี้เลยก็คือในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้ใบไม้ของตรงนี้จะถูกเปลี่ยนสีไปด้วยสีเหลืองแดงส้มไปทั้งเมือง
ตอนที่น่ามาท่องเที่ยว
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี : พ.ย. – ต้นเดือนธ.ค.
3. ชุบุ
(Chubu)
เป็นเมืองพักผ่อนบนเขาและก็เป็นเมืองที่มีคนนิยมมาเล่นสกีตรงนี้กัน ดินแดนที่นี้มีความสะดุดตาในเรื่องของแนวเขาที่สูงแล้วเอนตัวเป็นแถวยาว แล้วรูปแบบของบ้านที่พักตรงนี้ก็จะต่างจากที่อื่นๆในประเทศญี่ปุ่นซึ่งก็คือหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ ที่เป็นหมู่บ้านมีชื่อเอามากๆคนไม่ใช่น้อยจะชินหูกันอย่างดีเยี่ยม บ้านเมืองของตรงนี้จะมีเอกลักษณ์ที่กระจ่างแจ้งรวมทั้งยังคงในแบบเริ่มแรกเอาไว้ การที่จะมาท่องเที่ยวที่นี้นั้นจะมาตอนไหนก็ได้เนื่องจากว่าจะได้รับความตรึงใจที่แตกต่างออกไปไม่ว่าใน ตอนหน้าร้อน ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หน้าหนาวก็ตาม
ตอนที่น่ามาท่องเที่ยว : ทุกฤดู