4 ที่เที่ยว งามจนถึงไม่บางทีอาจละสายตา ในเวียดนาม!!

ทัวร์เวียดนาม ใครๆก็ต้องการจะท่องเที่ยวเมืองนอกให้ได้สักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต วันนี้พวกเราก็เลยต้องการจะมาเสนอแนะประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านเรือนใกล้กันกับเมืองไทยพวกเรา ซึ่งก็คือประเทศเวียดนาม ซึ่งเวียดนามนั้นเป็นประเทศที่ได้รับอารยธรรมสไตล์ยุโรปมาค่อนข้างจะมากมาย เนื่องจากเคยเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศสมาก่อน
เวียดนามก็เลยแปลงเป็นประเทศที่มีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างจะโดนเด่นและไม่ราวกับคนไหนกันแน่ในโลก ทั้งยังมีที่เที่ยวที่น่าดึงดูดมากมายที่ แล้วที่สำคัญเลยก็คือเป็นประเทศที่คนมีงบประมาณไม่มากก็สามารถมาท่องเที่ยวได้ มาดูกันเลยว่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่แห่งใดบ้างที่งามจนกระทั่งไม่บางทีอาจละสายตาได้เงินเวียดนาม
1. บาน่าฮิลล์ ดานัง
Bana Hill , Danang
เป็นเมืองเล็กๆที่มีการตกแต่งสไตล์ยุโรปไว้บนเทือกเขาในประเทศเวียดนาม ซึ่งตรงนี้จะห่างจากเมืองดานังราวๆ 25 กม. ซึ่งการเดินทางไปนั้นปกติจำเป็นต้องอาศัยการเข้าเมืองด้วย เคเบิ้ลคาร์ ถ้าคนไหนกันแน่ที่กลัวความสูงก็ไม่ชี้แนะให้มาท่องเที่ยวตรงนี้เท่าไร เนื่องจากการเดินทางด้วย เคเบิ้ลคาร์นั้นระยะทางโดยรวมแล้วจะมีสูงถึง 5,042 เมตร ทั้งยังยังมีความสูงจากพื้นดินถึง 1,291 เมตรอีกด้วย! และก็เพราะว่าสูงอย่างงี้ก็เลยสามารถเห็นทิวทัศน์ทิวภาพของธรรมชาติได้แบบเต็มหูเต็มตา
2. อ่าวฮาทดลอง
Ha Long Bay
เป็นอ่าวที่มีขนาด 1,553 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมหมู่เกาะทั้งสิ้น 1,969 ที่ โดยแก่ทางธรณีวิทยาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 250-280 ล้านปี อ่าวที่นี้ยังได้ถูกชูให้เป็นมรดกโลกถึง 2 ครั้ง เป็นอ่าวที่มีระบบระเบียบนิเวศและก็มีธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์ มีการอาศัยของสัตว์น้ำรวมทั้งพรรณไม้อยู่หลายประเภทไม่ว่าจะเป็น พวก ปู กุ้ง ปลาไหล สาหร่ายทะเล ฯลฯ กิจกรรมที่นิยมทำกันชอบเป็นการพายเรือคายัค ที่จะทำให้ท่านซาบซึ้งกับบรรยากาศของธรรมชาติที่สุดกำลังเต็มกำลัง
3. ซาขว้าง
Sa Pa
เป็นเมืองที่มีลักษณะเด่นตรงที่เทือกเขานั้นเต็มไปด้วยที่นาข้าว โดยท้องนาข้าวบนเทือกเขานั้นจะทำกันเป็นขั้นบันไดซึ่งถือได้ว่าความสวยสดงดงามที่เกิดขึ้นมาจากความสามารถมนุษย์ ทั้งหากว่าได้เดินทางมาท่องเที่ยวตรงนี้ก็จะสามารถแลเห็นแนวเขาแอลป์ได้อีกด้วย นี่ก็เป็นเยี่ยมในจุดแข็งที่คนได้มาท่องเที่ยวตรงนี้เนื่องจากแม้ซาขว้างจะเป็นเมืองบ้านนอกที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว แต่ว่าด้วยเพราะเหตุว่าเมืองที่นี้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ ก็เลยทำให้เย้ายวนใจนักเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งหากคุณต้องการรู้ว่าเมืองที่นี้คืออะไรคุณจำเป็นที่จะต้องทดลองท่องเที่ยวมองสักหนึ่งครั้งแล้วล่ะจ้ะ
4. ฮอยอัน
Hoi An
เป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามในทุกวันนี้ เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมและก็วัฒนธรรมที่ผสมกับนานาประการประเทศก็เลยทำให้ตรงนี้มีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร แม้ช่วงนี้จะมีเทคโนโลยีเข้ามามากแล้ว แม้กระนั้นหากได้ท่องเที่ยวตรงนี้ก็จะรู้สึกเสมือนถูกย้อนอดีตแล้วก็ได้ทราบจะกับวัฒนธรรมนี่มากขึ้นเรื่อยๆ คุณจำเป็นที่จะต้องหลงเสน่ห์เมืองที่นี้แน่ๆ

6 ฤดูที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละตอน ในเวียดนาม ไปตอนไหนดีนะ?

เวียดนามเป็นประเทศที่เรียกพวกเราว่าบรรยากาศดีแห่งหนึ่ง ทัวร์เวียดนาม แล้วในแต่ละฤดูนั้นในลักษณะอากาศแต่ละฤดูก็มีบรรยากาศที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้แม้กระนั้นในช่วงฤดูกาลนั้นมีเอกลักษณ์แล้วก็บรรยากาศที่ฟินๆแตกต่างนั่นเอง วันนี้ก็เลยต้องการจะมาเสนอแนะสถานที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละตอนแต่ละฤดูว่าตอนไหนน่าท่องเที่ยวที่แห่งไหนกันบ้าง เพื่อที่คุณจะได้เสพบรรยากาศแบบติดอกติดใจในแต่ละตอน ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเรามาดูกันกันเลย!
1. ฤดูใบไม้ผลิ
ตอนเดือน : เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม
เป็นช่วงๆที่อากาศในเวียดนามนั้นจะเย็นสบายถึงจะมีฝนตกบ้างน้อยก็ตาม ซึ่งเป็นอากาศที่เหมาะสมแก่การเดินเที่ยวดูเมืองอย่างมาก ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
ฮานอย / Hanoi
เมืองหลวงของเวียดนามแล้วก็เป็นเมืองใหญ่ชั้นสองรองจากโฮจิมินห์ เป็นเมืองที่ผสมสถาปัตยกรรมของเวียดนามรวมกับสถาปัตยกรรมของประเทศฝรั่งเศสแบบโรมัน ซึ่งทำให้ตรงนี้มีเสน่ห์รวมทั้งสถาปัตยกรรมที่ไม่มีใครเหมือนนั่นเอง แล้วนับว่าฮานอยเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญแล้วก็ยังเคยเป็นศูนย์กลางค้าที่สำคัญ เมื่อครั้งที่เคยเป็นประเทศอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส
2. หน้าร้อน
ตอนเดือน : เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม
ในช่วงฤดูร้อนของตรงนี้นั้นจะค่อนข้างจะร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านพวกเราอย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าถึงจะร้อนจัดแค่ไหนก็ค่อนข้างจะที่จะมีฝนตกบ่อยครั้งอยู่แบบเดียวกัน ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
ไฮฟอง / Haiphong
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนมากมายก่ายกอง ทั้งยังยังมีเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์บ้านพักจำนวนมาก แล้วจะมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวกันพิเศษในฤดูร้อนเนื่องจากว่าเป็นตอนๆที่น้ำทะเลกำลังอุ่นและไม่ร้อนจนกระทั่งเหลือเกิน พูดได้ว่ามาดับร้อนด้วยน้ำทะเล ทั้งคุณทราบหรือไม่จ้ะ!ว่าที่นี่เคยเป็นเมืองชายทะเลของประเทศฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคมอีกด้วย
3. ฤดูใบไม้ร่วง
ตอนเดือน : ก.ย. – พ.ย.
ฤดูนี้พูดได้ว่าเป็นตอนๆที่น่ามาท่องเที่ยวเยอะที่สุด ซึ่งอากาศที่เวียดนามในช่วงฤดูใบไม้หล่นนั้นจะเย็นสบายแล้วก็ฝนตกน้อยกว่าฤดูอื่นๆซึ่งเหมาะสมกับแนวทางการทำกิจกรรมที่โล่งแจ้งเอามากๆไม่ว่าจะเป็นเดินเที่ยว ดูธรรมชาติ หรือเล่นน้ำทะเลก็ตาม ช่างเป็นฤดูที่อากาศชื่นบานแจ่มใสเยอะที่สุดอย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
กว๋างนิญ / Quang Ninh
ผู้ใดกันแน่ที่ต้องการมาท่องเที่ยวสมุทรก็น่าจะมาตอนฤดูนี้และก็ตรงนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอ่าวฮาทดลองเบย์ เป็นสมุทรที่โด่งดังที่สุดของเวียดนาม อากาศในฤดูใบไม้ตกนี้จะเป็นตอนที่คลื่นสงบเหมาะสมแก่การหลอกลวงงเรือดูบรรยากาศงามๆมากมายก่ายกองอย่างยิ่งจริงๆ
4. หน้าหนาว
ตอนเดือน : ธ.ค. – ก.พ.
เป็นช่วงๆที่หนาวเย็นที่สุดของเวียดนามในรอบปี ซึ่งถ้าหากว่าคุณไปท่องเที่ยวในฤดูหนาวนี้ก็ควรจัดเตรียมเสื้อผ้าให้อุ่นๆเข้าไว้ เนื่องจากอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงฤดูหนาวของตรงนี้จะอยู่ที่ราวๆ 7-20 องศาเซลเซียส ผู้ใดกันที่ต้องการทดลองสัมผัสอากาศหนาวแม้กระนั้นไม่ต้องการที่จะไปไกล นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณคงจะมาทดลองท่องเที่ยวมอง ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
ซาขว้าง / Sa Pa
เป็นเมืองเล็กๆที่น่าท่องเที่ยวรวมทั้งได้ถูกเรียกว่าเป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่เวียดนามอีกด้วย เมื่อถึงหน้าหนาวที่นี้จะแปลงเป็นจุดหมายของนักเดินทาง ที่ต้องการมาสัมผัสความหนาวเย็นของเมืองที่นี้อย่างมากมาย เพราะว่านอกเหนือจากจะเป็นเมืองที่มีเทือกเขาล้อมรอบแล้ว ก็ยังมีธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์และก็บรรยากาศก็ดีแล้วไม่แพ้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย
5. หน้าฝน
ตอนเดือน : พ.ค. – ต.ค.
เดี๋ยวนี้จะเป็นช่วงๆที่ป่าดงจะอุดมชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวยเขียวชอุ่ม ตอนนี้เป็นช่วงๆที่ธรรมชาติเขียวชอุ่มแต่ว่าก็เป็นตอนๆที่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมองเปียกโชกไปหมด ก็เนื่องจากว่าเป็นตอนๆที่มีฝนตกหลายครั้งที่สุดของเวียดนามนั่นเอง ต้องการจะมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูนี้ก็ควรจะมาในตอนพฤษภาคมจะดีมากกว่า เพราะเหตุว่าเป็นเดือนที่ฝนยังตกไม่แรงและก็ลมพายุก็ไม่หนักเท่าเดือนอื่นๆซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
ฮอยอัน / Hoi An
เป็นเมืองมรดกโลกที่คุณควรต้องมาให้ได้ถ้าเกิดมาท่องเที่ยวเวียดนาม โน่นก็เนื่องจากตรงนี้เป็นเมืองที่ประวัติศาสตร์ที่มีวัฒนธรรมรวมทั้งสถาปัตยกรรมแบบเริ่มแรก
6. หน้าแล้ง
เดือนพฤศจิกายน – ม.ย.
เป็นฤดูที่อากาศพอดีไม่ร้อนไม่หนาวจนกระทั่งเกินความจำเป็น ก็อย่างว่ามันเป็นหน้าแล้งก็เลยจะไม่ค่อยมีฝนตกเท่าไร ซึ่งหน้าแล้งนี้ก็เป็นฤดูที่น่าท่องเที่ยวอีก 1 ฤดู ที่คุณจะสามารถไปโน่นไปนี่ได้อย่างมีความสุขไม่ต้องกลัวจะเปียกโชกหรืออากาศหนาวจนกระทั่งเหลือเกินนั่นเอง ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
โฮจิมินห์สิตี้ / Ho Chi Minh City
เป็นเมืองที่เคยเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส คุณก็จะได้เจอกับสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปได้ทั่วเมือง ทั้งเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม ก็เลยเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ที่นาน สถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดหลายที่อย่างใหญ่โต ไม่ว่าจะเป็นโรงอุปรากร มหาวิหารนอร์ทคุณดาม ทำเนียบอิสระ ตลาดบินถั่น เป็นตัน

4 ที่น่าท่องเที่ยวในซาขว้าง ที่มาแล้วจำเป็นจะต้องไม่พลาด

ทัวร์เวียดนาม ผ่านมาไม่นานเวียดนามก็แปลงเป็นเมืองที่การท่องเที่ยว แล้วก็มีความรุ่งโรจน์เติบโตอย่างเร็ว มีนักเดินทางมาพักในตอนวันหยุดอยู่เป็นประจำด้วยเหตุว่าตรงนี้นั้นอากาศดีแล้วก็สงบเงียบ วันนี้ก็เลยต้องการจะชี้แนะเมืองเล็กๆอย่างซาขว้างที่เป็นเมืองที่การพักผ่อนหย่อนใจ ตรงนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมของนักเดินทาง รวมทั้งนอกเหนือจากนี้ก็ยังมีบรรยากาศที่ดีก็เลยทำให้มีคนมาท่องเที่ยวกันอย่างยิ่ง ข้อดีของสบายที่จะนึกถึงชื่อนี้แล้วจำเป็นต้องนึกถึงทุ่งนาขั้นบันไดล้นหลามที่เอนตัวมายังมีเสน่ห์
เพื่อนพ้องๆทราบไหมขาว่าที่นี่ถึงขนาดได้รับสมญานามว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่เวียดนามเลยนะ แบบงี้ก็ไม่ต้องไปไกลเลยเพราะว่าบรรยากาศนั้นดีเอามากๆเป็นดินแดนสำนักงานเพาะปลูกผักผลไม้ที่ขึ้นชื่อลือชาของเวียดนาม เรียกกล้วยๆว่าเป็นศูนย์รวมเครื่องอุปโภคบริโภคของตรงนี้เลย อีกทีตรงนี้ก็นับว่าเป็นดินแดนที่ภูเขาที่มีความมากมายทางเชื้อชาติเยอะที่สุดในประเทศเวียดนาม วันนี้เลยต้องการจะมาเสนอแนะสถานที่เที่ยวในซาขว้างที่บอกเลยว่าคุณต้องชอบใจอย่างไม่ต้องสงสัย
1. หมู่บ้านกัตกัต
(Cat Cat Village)
หมู่บ้านที่นี้อยู่ห่างจากเมืองซาขว้าง 3 กิโล ตรงนี้เป็นหมู่บ้านดั้งเดิมของชาวเผ่าม้งที่ย้ายถิ่นมาจากจีน ก็เลยมีเสื้อผ้าที่สะดุดตาซึ่งจะนิยมแต่งโทนสีน้ำเงินเข้มสีดำไม่น้อยเลยทีเดียว ตรงนี้จะสามารถเห็นทิวทัศน์ทัศนียภาพของทุ่งนาขั้นบันไดได้ นักเดินทางก็สามารถเดินทางมาตรงนี้ได้อย่างสะดวกอีกด้วย
2. หมู่บ้านต่าฟาน
(Ta Van Village)
หมู่บ้านต่าฟาน อยู่ด้านทิศใต้ของเมืองซาขว้างราว 10 กิโล เป็นหมู่บ้านชาวดอยชนเผ่าไม่อยู่ด้วยกันแต่ว่าก็นับว่าจะมีสามัญชนของชนเผ่า Giay ที่มีอยู่ค่อนข้างจะเยอะแยะในเวียดนาม เมื่อเป็นหมู่บ้านที่มีการชนพร้อมเยอะแยะก็เลยทำให้มีการแต่งตัวที่นานาประการ แถมแต่ละเผ่ายังมีภาษาพูดเฉพาะกันอีกด้วย
3. น้ำตกซิลเวอร์
(Silver Waterfall)
อยู่ข้างทางทางไปไลโจว เป็นน้ำตกที่มีความสวยและก็สามารถเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกลๆเพราะเหตุว่าน้ำตกที่นี้มีความสูงถึง 100 เมตรที่ไหลลงมาจากผาหิน นักเดินทางสามารถเดินไปด้านบนของน้ำตกได้แต่ว่าก็จะต้องมีการจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมราว 3,000 ดอง นั่นเอง
4.ยี่ห้อมตอนพาส
(Tram Ton Pass)
อยู่ข้างถนนทางไปไลโจว ตรงนี้นับได้ว่าเป็นจุดสำหรับเพื่อชมวิวที่สูงที่สุดในรอบๆซาขว้างแล้วยังเป็นจุดสุดยอดในเวียดนามอีกด้วย ตรงนี้ยังเป็นเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดลาวไคกับจังหวัดไลโจว ซึ่งถ้าหากมาก็จะได้เห็นวิวเขาที่ซับซ้อน และจากนั้นก็จะมองเห็นถนนหนทางคดไปคดมาไปตามขอบผาที่ตัดลงสู่ที่ราบ บอกเลยว่าเป็นทิวทัศน์ทัศนียภาพที่สวยงามมากมายจริงๆเลยละขา
คนไหนที่อยากมาท่องเที่ยวเวียดนามโดยที่ไม่ซ้ำซ้ำๆซากๆกับสถานที่อื่น แล้วยังชอบใจมีความชอบธรรมชาติหรือยุติธรรมชาติก็สามารถมาท่องเที่ยวเมืองซาขว้างได้ ซึ่งทั้งปวงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าดึงดูด หวังว่าสหายๆจะพอใจกัน

5 สถานที่เที่ยว เมื่อไปเวียดนามแล้ว ห้ามพลาด!!

คนใดกันกำลังเริ่มจะมีทริปท่องเที่ยวต่างชาติเวียดนามบ้าง ทัวร์เวียดนาม ทราบเลยว่าคนไม่ใช่น้อยก็ต้องการจะทดลองท่องเที่ยวเวียดนามมองเนื่องจากว่าเป็นประเทศที่มีความน่าดึงดูดใจอยู่เยอะแยะ อีกทีการเดินทางก็สบายเพราะว่าอยู่ใกล้กับประเทศบ้านพวกเรา รวมทั้งราคาสิ่งของเครื่องใช้ของกินต่างๆก็ไม่แพงอีกด้วย ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดในเวียดนามนั้นก็จะมี…
1. อ่าวฮาทดลอง
Ha Long Bay
เป็นสถานที่เที่ยวที่แรกที่จะจำเป็นต้องมาให้ได้เมื่อมาเวียดนาม เพราะเหตุว่าอ่าวที่นี้ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของพืชสัตว์แล้วก็ธรรมชาติไว้อย่างยอดเยี่ยม ข้อดีของอ่าวนี้ก็คือมีเกาะกระจัดกระจายอยู่ทั่วอีกทั้งอ่าว ซึ่งแต่ละเกาะนั้นก็จะไม่เหมือนกันออกไปมีผู้คนอาศัยอยู่บนเกาะเล็กเกาะน้อยนั้นเยอะๆ ก็เลยไม่ประหลาดใจเลยจ้ะว่าเพราะอะไรถึงได้รับการชมเชยให้แปลงเป็นมรดกของโลก
2. ราชสำนักทังทดลอง
Imperial Citadel of Thang Long
เป็นราชสำนักที่ถูกผลิตขึ้นด้วยหินทั้งปวง ซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติของวงศ์สกุลโฮและก็ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช1379 เป็นวังอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกในด้านทางด้านวัฒนธรรม โน่นก็เนื่องจากว่าเป็นพระราชสำนักหินที่เดียวที่เหลืออยู่ในเอเซียอาคเนย์ และก็ได้ถูกสรรเสริญให้เป็นตัวอย่างที่เด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมในสมัยเก่า มันเกิดเรื่องที่น่าพิจารณาตรงที่ว่าคนยุคนั้นสร้างวังที่นี้อย่างงดงามขึ้นมาได้อย่างไรกัน
3. เมืองเก่าฮอยอัน
Hoi An Old Town
เป็นเมืองเก่าที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ริมฝั่งของสมุทรจีนใต้ ซึ่งเมืองที่นี้ราษฎรยังคงใช้ชีวิตแบบเริ่มแรก แม้เทคโนโลยีต่างๆจะเข้ามามากมากแค่ไหน ในเมืองที่นี้มีพิพิธภัณฑสถานหลายแห่งที่นำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และก็ด้านวัฒนธรรมของตรงนี้ บ้านเรือนต่างๆของตรงนี้มีสถาปัตยกรรมที่ผสมระหว่างตะวันตกรวมทั้งทิศตะวันออก ก็เลยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดสถาปัตยกรรมที่มีความสวยประหลาดตาไปอีกแบบหนึ่ง
4. อุโมงค์กู๋จี
Cu Chi Tunnels
เป็นอุโมงค์ที่มีประวัติศาสตร์ที่มาที่ไปที่เป็นเวลายาวนานมากๆอุโมงค์ที่นี้มีตั้งแต่ว่ายุคการทำศึกเวียดนามโน่นก็เพราะเหตุว่าเคยใช้เป็นที่ลี้ภัยจากระเบิดต่างๆข้างในอุโมงค์ได้ถูกทำขึ้นให้มีหลายชั้นแล้วก็แต่ละชั้นนั้นก็จะมีระบบระเบียบกรองอากาศที่มีคุณภาพเอามากๆก็เลยทำให้การเข้ามาอาศัยในอุโมงค์ที่นี้ไม่มีอันตรายหายใจสบาย ทั้งยังในอุโมงค์ที่นี้ยังมีห้องพยาบาลห้องที่ใช้สำหรับการประชุมหอพักรวมทั้งมีหลายห้องที่ทำขึ้นมาเพื่อความสบายสบายต่างๆที่มีความหมายว่าอุโมงค์ที่นี้เป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันมากแห่งหนึ่ง
5. วังหมีเซิน
My Son Sanctuary
เป็นวังที่หลงเหลือมาจากอาณาจักรจามขว้าง เป็นสถาปัตยกรรมโบราณของอินดูและจัดว่าบริบูรณ์ที่สุด ยุคเก่านั้นพระราชวังที่นี้ได้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อบูชาพระศิวะ ตัวพระราชวังจะมีรูปปั้นต่างๆซึ่งในก่อนหน้านั้นจะมีสิ่งปลูกสร้างโบราณกว่า 70 ข้างหลัง แม้กระนั้นเพราะเหตุว่าในตอนการรบก็เลยทำให้พระราชวังนั้นคงเหลืออยู่เพียงแค่ 22 ข้างหลังแค่นั้น แล้วแน่ๆว่าที่นี่ก็ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

5 ที่น่าท่องเที่ยวในเวียดนาม ที่คนไหนมาก็ต่างหลงใหล

ไม่ว่าจะตอนไหนขณะนี้คนโดยส่วนใหญ่ก็มาจะชอบพอเวียดนามกัน ทัวร์เวียดนาม ยิ่งชาวไทยจะถูกใจเป็นพิเศษเนื่องจากมันอยู่ไม่ไกลเดินทางไปง่ายแถมยังมีที่เที่ยวนานาประการแบบอย่าง รวมทั้งชอบใจที่สุดเลยก็คือค่าครองชีพต่างๆก็สบายๆอีกด้วย อย่างงี้ถ้าหากไม่ท่องเที่ยวเวียดนามให้ท่องเที่ยวไหนล่ะใช่ไหมค่ะ พวกเรามาดูกันดีกว่าว่ามีที่ใดน่าท่องเที่ยวบ้างน่ะในเวียดนาม? ตามมามองกันเลยจ้ะทุกคน
1. โฮจิมินห์ สิตี้
(The Cafe Apartment)
ตรงนี้จะมีจุดแข็งตรงคาเฟ่อพาร์ทเม้นท์ซึ่งเคยเป็นบ้านพักของรัฐบาลทหารในตอน 1950 มาก่อน ซึ่งในขณะนี้ก็ได้ถูกรีโนเวทให้เปลี่ยนเป็นร้านค้าคาเฟ่ที่มีทั้งผอง 9 ชั้น ซึ่งในแต่ละชั้นนั้นก็จะมีร้านขายกาแฟ ห้องอาหาร ร้านบูติก กล่าวได้ว่าทุกๆชั้นนั้นจะมีสไตล์ที่แตกต่างออกไปแม้กระนั้นโดยรวมรวมทั้งจะมีกลิ่นสไตล์วินเทจผสมโมเดิร์น คุณจำเป็นที่จะต้องทดลองท่องเที่ยวที่มองมันเหมาะสมกับการพักผ่อนหย่อนใจซึมบรรยากาศเอามากๆ
2. ดานัง
(Danang)
ตรงนี้เคยเป็นหมู่บ้านชาวเรือและก็เป็นเมืองท่าสำคัญด้วยเหตุว่ามากมายๆของเวียดนาม ตรงนี้ลือชื่อในเรื่องของทิวทัศน์ที่งามรวมทั้งธรรมชาติที่สวยสวยสดงดงาม ซึ่งตรงนี้จะมีสถานที่เที่ยวที่มากมายเยอะที่สุดเนื่องจากว่ามันมีอีกทั้งสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ไปแล้วคุณจะถูกใจถูกใจมากมายแน่นอนยิ่งเป็นแฟนธรรมชาติด้วยก็จะยิ่งถูกอกถูกใจเป็นที่สุด
3. บาน่า ฮิลล์
(BaNa Hill)
ที่ที่นี้กาลครั้งหนึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของนักล่าอาณานิคมชาวประเทศฝรั่งเศส แต่ว่าในวันนี้รีบเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนมาเป็นอพาร์เม้นท์รวมทั้งโรงแรมที่มีหลายท่านเข้ามาพัก ซึ่งการเดินทางรวมทั้งพักตรงนี้ก็ต้องขึ้นกระเช้าไฟฟ้าที่ยาวที่สุดรวมทั้งเยอะที่สุดในโลก ถึงมันจะเป็นการเดินทางที่หวาดเสียวแม้กระนั้นก็เป็นทิวทัศน์ที่ไม่สามารถที่จะหาจากที่ไหนได้อีกแล้ว คุณสามารถจะแลเห็นน้ำตกสายธารต่างๆเป็นมุมมองที่แปลกใหม่มากมายเลยละค่ะ
4. ฮอยอัน
(Hoi An)
ในสำเนียงของเวียดนามนั้นเขาจะเรียกว่า โฮยอาน ซึ่งเมืองที่นี้เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ตรงกลางของประเทศ แต่ว่าขอบอกเลยว่าเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครในโลกเลยก็ว่าได้ คุณทราบไหมค่ะตรงนี้เคยขึ้นบัญชีให้แปลงเป็นมรดกโลกในปี 2542 ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นตัวอย่างของเมืองท่าในเอเซียอาคเนย์ในคริสต์ศตวรรษที่ 15-19 ที่มีการผสมศิลป์แล้วก็วัฒนธรรมรวมทั้งสถาปัตยกรรมของแคว้นและก็ฝรั่งเข้าไว้ร่วมกันอย่างพอดี เป็นสถานที่ไม่สมควรจะพลาดเลยใช่ไหมจ้ะ
5. บัคฮา
(Bac Ha)
เป็นดินแดนเล็กๆที่สงบแม้กระนั้นก็โด่งดังในกลุ่มนักเดินทางไม่แพงใหญ่ๆหรือที่อื่นๆเลยล่ะจ้ะ ตรงนี้มันก็อาจจะมีชนเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่ที่ตรงนี้ตั้งแต่สมัยก่อน พวกเขาก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมของตนได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งคนใดกันที่พึงพอใจเรื่องวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆก็สามารถมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้ บอกเลยว่าวัฒนธรรมของตรงนี้น่าดึงดูดรวมทั้งของกินและก็ที่พักอาศัยที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครอีกด้วยจ้ะ

สิ่งที่ต้องระมัดระวัง เมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม

มีคนมากมายก่ายกองที่เข้าไปท่องเที่ยวเวียดนาม ทัวร์เวียดนาม หรือบางบุคคลก็บางทีก็อาจจะไปกับทัวร์เวียดนาม ซึ่งจัดว่าประเทศนี้เป็นที่นิยมจากชาวไทยอย่างใหญ่โต ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความงามทางธรรมชาติรวมทั้งสถานที่เที่ยวที่มีเรื่องมีราวราวทางประวัติศาสตร์อยู่จำนวนมาก ถึงเวียดนามจะเป็นเมืองที่มีความสวยรวมทั้งน่าท่องเที่ยว แม้กระนั้นจดจำไว้ว่าไม่ว่าที่แหน่งใดก็มีเรื่องมีราวที่จำเป็นต้องให้ระวังเนื้อระวังตัวอยู่เป็นประจำ เวลานี้พวกเราจะมากล่าวถึงในเรื่องของสิ่งที่ต้องระมัดระวังเมื่อไปท่องเที่ยวที่เวียดนาม
ข้อระวัง
1.รถแท็กซี่
ชาวไทยบางทีก็อาจจะเคยได้เห็นเสมอๆว่าแท็กซี่ในไทยนั้นถูกใจคดโกงค่าใช้จ่ายในการใช้โดยสาร หรือถูกใจเหลือตังค์ทอนเป็นเศษๆนั้นก็เพื่อจะได้ฮุบเงิน เรื่องอย่างนี้แม้กระทั้งที่เวียดนามก็มีแบบเดียวกันเพราะเหตุว่าผู้ขับบางบุคคลเมื่อพวกเราถึงที่หมายแล้ว จะทอนสตางค์ไม่ครบแล้วก็อ้างถึงว่าขาดเงินทอน มันก็แปลงเป็นว่าผู้ขับนั้นได้ตังค์แบบสบายๆแต่ว่าในประเด็นนี้พวกเรามีแนวทางแก้อยู่ก็คือจำเป็นต้องซื้อเอาเงินทอนจากผู้ขับให้ได้ นั่งรออยู่บนรถยนต์นั่นแหละโน่นก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าพวกเราไม่ยินยอมให้เขาคดโกง ประเดี๋ยวครู่หนึ่งถ้าเกิดเขาอารมณ์เสียเขาก็จะถอนพวกเราไปเอง แต่ว่าในกรณีนี้ใช้ได้กับแท็กซี่บางโอกาสเพียงแค่นั้น เนื่องจากถ้าหากพบผู้ขับงกแถมพูดจาไม่รู้เรื่องอีกก็อาจจะจำต้องทำใจแล้วล่ะ
2. ชื้อของ ที่ปิดป้ายแจ่มชัด
คุณจำเป็นต้องจับจ่ายซื้อของที่ราคาแพงป้ายติดแจ่มกระจ่างเพื่อหลบหลีกการฉ้อโกงราคา เพราะว่าบางโอกาสจับจ่ายซื้อของชิ้นเดียวกันประเภทเดียวกันแล้วยังในร้านค้าเดียวกันอีกแม้กระนั้นผู้ขายก็เจาะจงราคาแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้อย่าไปซื้อกับร้านที่ไม่มีป้ายติดราคา แม้กระนั้นถ้าหากเลี่ยงมิได้ก็จำต้องอุตสาหะต่อราคาให้ลงมากที่สุด
3. กินอาหารตรงนี้ ไม่มีน้ำฟรี
เกิดเรื่องที่แตกต่างจากบ้านพวกเรา ห้องอาหารทั่วๆไปในบ้านพวกเรานั้นไม่ว่าจะข้างตอกตรอกหน้าหมู่บ้าน หรือส่วนไหนหรือที่ไหนก็ช่างโดยมากแล้วจะมีบริการกินน้ำให้กับลูกค้าอยู่เสมอ แต่ว่าที่เวียดนามนั้นถ้าหากว่าไม่สั่งน้ำเขาก็ไม่มาส่งให้ เนื่องจากผู้ที่นี่จำนวนมากนิยมกินน้ำชามากกว่านั่นเอง แต่ว่าถ้าเกิดสั่งน้ำทางร้านค้าก็จะเอาน้ำมาขายให้เป็นขวด
4. ระวังเงินหาย
ไม่ว่าที่ไหนๆก็ย่อมมีขโมย จะต้องบอกนะว่าประเทศเวียดนามนี่ขึ้นชื่อลือชาที่ 1 ในเรื่องของมือไวสำหรับในการล้วงสินทรัพย์นักเดินทาง โดยยิ่งไปกว่านั้นในย่านชุมชนที่มีคนคับคั่งก็ยิ่งเป็นจุดที่จะลงมือล้วงกระเป๋าได้อย่างสะดวก ด้วยเหตุดังกล่าวคุณจำเป็นที่จะต้องเก็บของที่มีค่าไว้ตู้นิรภัยแรมหรือหากควรต้องคัดออกมาด้วยข้อควรจะเก็บเอาไว้กับตัวให้อยู่ข้างหน้าอย่างมิดชิด และก็คุณควรต้องพินิจความประพฤติปฏิบัติของคนเรารอบกายอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่แอบเนียนเข้ามาอยู่ใกล้ๆพวกเรานั่นเอง

6 สถานที่น่าไป ในเมืองเว้ เมืองมรดกโลกในเวียดนาม!!

ทัวร์เวียดนาม เว้ เป็นชื่อของเมืองหลวงของจังหวังถัวเทียน-เว้ ประเทศเวียดนาม เคยเป็นเมืองหลวงเก่าในยุควงศ์สกุลเหงียนตอนปี พุทธศักราช 2345-2488 ซึ่งเมืองเว้นั้นมีโบราณสถานอยู่ทั่วๆไปทั่วทั้งเมือง ก็เลยได้ถูกชมเชยให้เปลี่ยนเป็นมรดกโลกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติอีกด้วย แล้วก็เมืองเว้นั้นส่วนใหญ่จะมีสภาพภูมิอากาศที่ออกจะร้อนตลอดทั้งปี วันนี้จะขอมาเสนอแนะสถานที่น่าไปในเมืองเว้ เมืองที่แห่งไหนน่าไปน่าท่องเที่ยวบ้าง ตามมา!!
1. นครจักรพัตราธิราช หรือนครต้องห้าม
Imperial Enclosure / Forbidden Purple City
เป็นนครที่อยู่ศูนย์กลางเมืองเป็นมรดกตกทอดที่ยิ่งใหญ่ของวงศ์สกุลเหวียน วังที่นี้ได้ถูกผลิตขึ้นตามแบบแผนความเชื่อถือของคนจีน มีการวางแบบให้มีกำแพงโอบล้อมราชวังถึง 3 ชั้น และก็จุดที่น่าดึงดูดของนครที่นี้ก็คือปืนใหญ่ 9 ทวยเทพ เป้าหมายถึงเทวดา 4 องค์ที่เป็นผู้แทนของฤดูอีกทั้ง 4 ฤดู แล้วก็อีก 5 อย่างก็คือผู้แทนของธาตุ โลหะ น้ำ ไม้ ไฟ รวมทั้งดิน ในนครที่นี้บอกเลยว่ามีที่ให้ท่องเที่ยวอีกเยอะมาก ที่คุณจำเป็นต้องฉงนใจและก็รู้สึกต้องใจอย่างแน่แท้
2. หลุมฝังศพพระราชาธิราชไม่นห์มาง
Tomb of Minh Mang
ป่าช้าได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พุทธศักราช 2383 จุดแข็งของหลุมฝังศพที่นี้อยู่ที่รอบๆลานกว้างที่มีรูปสลักหินของเหล่า ช้าง ม้า ทหาร เจ้าขุนมูลนาย ที่ตั้งเรียงรายอยู่ข้างถนน ต่อมาก็เป็นแผ่นจารึกแล้วก็พระตำหนักซึ่งสามารถแลเห็นหลุมฝังพระศพเป็นเนินดินวงกลมขนาดใหญ่ล้อมด้วยรั้วสูง แต่ว่าอันที่จริงแล้วก็ยังมิได้มั่นใจเลยว่าที่ฝังพระศพอยู่ที่ไหนกันแน่
3. หลุมฝังศพของพระผู้เป็นเจ้าไคดิงห์
Tomb of Khai Dinh
เป็นป่าช้าที่มีการประสมประสานระหว่างสถาปัตยกรรมทิศตะวันออกร่วมกับสถาปัตยกรรมตะวันตก กำเนิดเป็นสถาปัตยกรรมที่ประหลาดตาต่างกันตรงไหนในโลก หลุมฝังศพที่นี้ถูกทำในยุคพระราชาธิราชไคดิงห์ ที่ทำขึ้นมาเพื่อใช้เป็นหลุมฝังศพของท่านแม้กระนั้นหลุมฝังศพไม่ทันสร้างเสร็จก็ทรงสวรรคตไปซะก่อน ก็เลยได้ตกไปเป็นหลุมฝังศพของบุตรชายแทน ป่าช้าที่นี้ได้มีการตกแต่งไว้อย่างโอ่อ่าโออ่าอีกด้วย
4. อุโมงค์หวิงห์ม็อก
Vinh Moc Tunnel
ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเว้มาทางทิศเหนือราว 65 กิโล อุโมงค์ที่นี้เคยเป็นที่ลี้ภัยอีกทั้งกลุ่มจากการทิ้งระเบิดในยุคการรบ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีคนอาศัยรับประทานอยู่ที่อุโมงค์ที่นี้ตรงเวลา 5 ปีอีกด้วย ข้างในนั้นมีความยาวถึง 2,000 เมตรมีอยู่ 3 ชั้น และก็มีทางเข้าออกทังหมด 13 ทางนั้นเอง แม้กระนั้นการเที่ยวในอุนาฬิกานี้ถ้าคนไหนกันแน่เป็นผู้ที่กลัวที่แคบก็ไม่เสนอแนะการมาท่องเที่ยวตรงนี้นะคะ เนื่องจากในอุโมงค์นั้นออกจะที่จะมืดแล้วก็แคบอยู่บ้าง
5. วัดนามซาว
Nam Giao
เคยเป็นวัดที่มีความหมายในยุควงศ์สกุลเหวียน ซึ่งจะมีบันไดฟุตบาทขึ้นเขาแท่นวงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งในสมัยก่อนนั้นแท่นนี้ก็ได้ใช้เป็นการประกอบพิธีบาปศักดิ์สิทธิ์ต่างๆโดยมีความเห็นว่าแท่นกลมนี้เป็นสรวงสวรรค์ ซึ่งดังเป็นผู้แทนของสรวงสวรรค์เบื้องบน ที่มนุษย์จะรอขอพึ่งบารมีจากสรวงสวรรค์นั่นเอง

พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองชายทะเลสุดได้รับความนิยมของเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม หากจะหาสถานที่เที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอชี้แนะ มุยเน่ ชายทะเลและก็ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับแรกๆของเอเซียอาคเนย์ แล้วก็ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของเมืองชายทะเลที่เป็นที่รู้จักแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามอย่างยิ่งจริงๆ
เมืองมุยเน่
เป็นเมืองที่โด่งดังในเรื่องของหาดทรายที่สวยสดงดงามแล้วก็สงบเงียบ รอบๆชายทะเลนั้นยาวราว 10 กม.แล้วก็ตรงชายหาดจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวเยอะแยะ ราษฎรตรงนี้มีอาชีพหลักสำหรับเพื่อการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย รวมทั้งที่ทำให้ตรงนี้แปลงเป็นบ้านพักอากาศในฝันโน่นเพราะ เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีรีสอร์ทมีอพาร์เม้นท์มาก รวมถึงมีของกินที่อร่อย แล้วก็มีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง โน่นก็เลยทำให้นักเดินทางล้นหลามเข้ามาพักเข้ามาท่องเที่ยวกันมากไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากว่ามีทำเลที่ตั้งที่สะดุดตาและก็ตั้งอยู่ริมฝั่งสมุทร สิ่งที่มีชื่อเสียงและก็มีชื่อเสียงกันสูงที่สุดซึ่งก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่แตกต่างถึง 18 สีรวมทั้งทะเลทรายที่มีชื่อสูงที่สุดก็คือเนินทรายแดงรวมทั้งเนินทรายขาว
1. เนินทรายแดง
ครอบคลุมพื้นที่โดยประมาณ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งสมุทรเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ขณะที่สมควรสำหรับการท่องเที่ยวดูก็คือตอนเช้าหรือภายหลัง 15.00 นเป็นต้นไป เพราะว่าตอนนี้กระแสลมจะไม่แรงแล้วก็จะไม่รู้จักสึกร้อนจัด
2. เนินทรายขาว
อยู่ทางเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราวๆ 20 กิโล มีทะเลสาบที่ประชิดกับข้างๆของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่สวย ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมสูงถึง 70 เอเคอร์ราว 500 เมตรและก็ลึกโดยประมาณ 19 เมตร ด้านในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีนานัปการสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแต่ว่าน้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและก็สามารถเช่าเรือพายไปบริเวณสมุทรสาปได้หรือจะเดินเที่ยวรอบๆรอบทะเลสาบก็ได้แบบเดียวกัน
นอกเหนือจากเนินทรายขาวและก็เนินทรายแดงทั้งคู่นี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอีกเยอะแยะ ได้แก่ แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดกร่อนโดยลำน้ำเล็กๆจนกระทั่งทำให้มองเห็นชั้นของทรายที่มีสีแตกต่างแล้วก็มีลักษณะที่ประหลาดตางาม หรือพระราชวังหินที่ทำขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 ฯลฯ
การเดินทาง
– นั่งเรือบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์
– แล้วต่อรถขึ้นรถประจำทางไปยังเมืองมุยเน่
– ใช้เวลาโดยประมาณ 4 ชั่วโมง
ชี้แนะว่าจะต้องมีเวลาอย่างต่ำ 2 วัน สำหรับเพื่อการไปเยี่ยมมุยเน่ เพราะเหตุว่าจะมีผลให้ได้ท่องเที่ยวและก็สัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างอิ่มอกอิ่มใจ
เมืองมุยเน่เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับผู้ที่ปรารถนามาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์แบตเตอรี่ให้กับตนเองให้เต็มแล้วกลับไปดำเนินการใหม่ แถมการมาท่องเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้มองเห็นความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีความสวยและก็บรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่บางทีอาจลืมลง

6 สถานที่ในแม้กระนั้นฤดูที่เด่นรวมทั้งน่าท่องเที่ยวใน เวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม คุณกำลังรู้สึกว่าในช่วงฤดูนี้ควรท่องเที่ยวที่แหน่งใดในเวียดนามดีหรือไม่ หากว่าใช่คุณมาถูกทางแล้ว เพราะว่าในเนื้อหานี้พวกเราจะมาเสนอแนะสถานที่น่าท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์สะดุดตาและก็เป็นที่ชื่นชอบในเวียดนาม ว่าในช่วงฤดูกาลนั้นๆที่แหน่งใดที่ควรมาท่องเที่ยว เอาละพวกเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีแม้กระนั้นไม่รู้จักนั้นมีที่น่าท่องเที่ยวไหนบ้างตามมาเลยจ้ะ
ฤดูใบไม้ผลิ
(เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม)
1. ฮานอย
(Hanoi)
ในช่วงฤดูนี้จะเป็นตอนๆที่อากาศเย็นสบายต่อให้มีฝนตกบ้างก็ตาม ไม่ว่าคุณจะมองดูไปทางไหนก็จะมองเห็นต้นไม้ที่เขียวชอุ่มไปทุกๆที่ บอกเลยว่าฤดูนี้เหมาะสมแก่การแวะมาท่องเที่ยวมากมายก่ายกอง ก็เลยขอเสนอแนะฮานอยที่เป็นเวียดนามตอนบน ซึ่งการมาท่องเที่ยวตรงนี้จะช่วยเติมเต็มความมีชีวิตชีวาได้ดิบได้ดีเป็นอันมาก ถึงฮานอยก็ยังจะมีฝนตกอยู่บางส่วนแม้กระนั้นโดยรวมแล้วอากาศก็พอดีเหมาะสมกับการเดินเล่นเล่น ก็มีสถานที่เที่ยวเยอะไปหมดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์รวมทั้งมนต์ขลังจ้ะ
หน้าร้อน
(เดือนมิถุนายน – ส.ค.)
2. ไฮฟอง
(Haiphong)
ในฤดูร้อนนี้จะเป็นตอนๆที่ฝนตกหลายครั้งแม้ว่าฝนจะตกบ่อยมากแต่ว่าก็ยังมีอากาศร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านพวกเราเลยละค่ะ ไฮฟองก็เป็นอีกหนึ่งเมืองชายทะเลของประเทศฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคม ซึ่งตั้งอยู่รอบๆอ่าวตังเกี๋ย มีอากาศที่มีชีวิตชีวาต่อให้ร้อนไปบ้างก็ตาม ที่ตรงนี้มีเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์และก็อพาร์เม้นท์มากมายจำนวนมากให้เลือกพักกัน โดยเหตุนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเลยว่าจะไม่มีบ้านพัก ใครกันแน่ที่ต้องการเล่นน้ำทะเลชี้แนะให้เล่นช่วงปลายหน้าร้อน เพราะเหตุว่าเป็นตอนที่น้ำทะเลกำลังอุ่นสามารถก็เลยลงเล่นน้ำทะเลได้
ฤดูใบไม้ร่วง
(เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน)
3. กว๋างนิญ
(Quang Ninh)
เป็นฤดูที่เย็นสบายแล้วก็น่ามาท่องเที่ยวที่สุดด้วยเหตุว่ามีฝนตกน้อยกว่าฤดูอื่นๆก็เลยเหมาะสมกับการมาเดินเล่นเล่นดูเมืองหรือทำกิจกรรมที่โล่งแจ้งมากมายๆจ้ะ ถามคำถามว่าที่เที่ยวทางทะเลที่มีชื่อที่สุดของเวียดนามเป็นที่แหน่งใดก็จำเป็นต้องตรงนี้เลยกว๋างนิญ เป็นในตอนที่กำลังคลื่นสงบลมเย็นสบายก็เลยเหมาะสมกับการหลอกงเรือดูบรรยากาศเอามากๆในช่วงฤดูนี้
หน้าหนาว
(เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์)
4. ซาขว้าง
(Sapa)
เป็นฤดูที่เย็นที่สุดในรอบปีของเวียดนามก็เนื่องจากว่าเป็นหน้าหนาว ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 7 ถึง 20 องศาเซลเซียส อากาศหนาวอย่างนี้คุณจำเป็นจะต้องมาสัมผัสบรรยากาศเมืองสไตล์ยุโรปที่อยู่ท่ามกลางช่องเขากันที่ซาปากันดียิ่งกว่า สหายๆสามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปียิ่งผู้ที่พอใจความเหน็บหนาวถูกใจหิม ะก็สามารถมาท่องเที่ยวได้น่าฟังหิมะตกดูเหมือนจะทุกปีนั่นเอง
หน้าฝน
(เดือนพฤษภาคม – ต.ค.)
5. ฮอยอัน
(Hoi An)
ตอนหน้าฝนแม้ว่าจะเป็นช่วงๆที่บางบุคคลบางครั้งก็อาจจะเกลียดเนื่องจากทำให้แฉะ แต่ว่าจะต้องขอบอกเลยนะคะว่าระยะนี้เป็นตอนๆที่ธรรมชาติสวยที่สุดต้นม้งต้นไม้เขียวชอุ่มตกลงกันได้อย่างมาก แล้วเป็นตอนๆที่พายุฝนยังไม่หนักมากแค่ไหน ด้วยเหตุนั้นจึงควรมาท่องเที่ยวกันที่ฮอยอันที่เป็นเมืองประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอันโบราณ ตรงนี้จะเต็มไปด้วยสถานที่เที่ยวดั้งเดิมรวมทั้งสถาปัตยกรรมรุ่นก่อนมาก บอกแล้วว่าถ้าหากได้มาแล้วจำเป็นจะต้องหลงเสน่ห์ตรงนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
หน้าแล้ง
(เดือนพฤศจิกายน – ม.ย.)
6. โฮจิมินห์สิตี้
(Ho Chi Minh City)
คนใดที่ไม่ได้อยากจะท่องเที่ยวแบบฝนตกแฉะหรืออากาศหนาวและจากนั้นก็มาท่องเที่ยวดูแลนี้เยี่ยมที่สุดแล้วจ้ะ ถึงจะกล่าวว่าเป็นหน้าแล้งแม้กระนั้นอากาศก็มิได้ร้อนเลยแถมอุณหภูมิก็ยังพอดิบพอดีพอดิบพอดีด้วย ท่องเที่ยวที่น่าไปในก็คือโฮจิมินห์สิตี้ที่เป็นเมืองที่ความนำสมัยแล้วก็มีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปซึ่งสามารถแลเห็นได้ทั้งเมือง ผู้ที่พอใจประวัติศาสตร์รวมทั้งที่มาที่ไปรวมทั้งความเก่าแก่ของสถานที่ ตรงนี้คงจะตอบปัญหาคุณมากมายก่ายกอง

หนีไปพักดามหัวใจ รับประทาน ท่องเที่ยว ช๊อบ ที่ ฮอยอัน!

ทัวร์เวียดนาม ใครๆก็ต่างรู้จัก ฮอยอัน เมืองเล็กๆที่คนใดไปก็ต่างหลงมนต์เสน่ห์ ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ริมฝั่งสมุทรใต้ในเขตจังหวัด กว๋างนาม แล้วจุดแปลงของตรงนี้ก็เมื่อในตอนศตวรรษที่ 16-17 ที่มีการค้าและก็ผู้คนต่างเมืองย้านเข้ามาอยู่ไม่ว่าจะเป็น คนจีน ประเทศญี่ปุ่น ชาวดัตช์ แล้วก็ประเทศอินเดีย แม้ว่าในขณะนี้ตรงนี้จะมิได้เป็นศูนย์กลางค้าแนวทางการขายเสมือนในสมัยก่อน กลับได้เปลี่ยนเป็นเมืองที่มรดกโลกที่ได้เป็นตัวอย่างของเมืองท่า ซึ่งตรงนี้ได้มีการประสมประสานสถาปัตยกรรมแคว้นแล้วก็ฝรั่งเอาไว้ร่วมกันกระทั่งเปลี่ยนเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกใหม่ บอกเลยว่ามีสถานที่เที่ยวฟินๆในฮอยอันมากมาย ซึ่งจะมีที่แห่งใดบ้างนั้นก็ตามมาดูกันเลยจ้ะ
1. บริเวณเมืองเก่าฮอยอัน
Hoi An Ancient Town
ข้อดีของเมืองนี้เลยก็คืออาคารสีเหลือง ที่เป็นบ้านโบราณแล้วหลังจากนั้นก็มีโคมกระดาษที่หลายสี ในความเป็นจริงแล้วเมืองที่นี้ก็มีเสน่ห์โดยเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากส่วนประกอบหลายๆอย่างมารวมกัน ซึ่งทั้งหมดทุกอย่างตรงนี้ส่งผลให้เกิดมาเป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ เพื่อนฝูงมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้ถ้าเกิดไม่ได้อยากเดินเที่ยวก็สามารถนั่งจักรยานสามล้อหรือนั่งเรือเพื่อดูทิวทัศน์ นอกเหนือจากการที่จะเดินเที่ยวดูบรรยากาศและอย่าลืมไปพบของกินอร่อยๆทานกันด้วย ตรงนี้มีของน่ากินล่ะก็เค้าหน้าแปลกๆให้ได้ทดลองลองกันมากมายเลยล่ะจ้ะ
2. บ้านเก่าเลขที่ 101
Old house of Tan Ky
ตรงนี้เป็นบ้านไม้สองชั้นที่แก่กว่า 75 ปีและตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าโบราณยังฮอยอัน บ้านที่นี้นับว่าเป็นอะไรที่เพอร์เฟ็คที่เป็นที่พักอาศัยของพ่อค้าในเขตสำคัญที่นี้ บ้านที่นี้ได้ถูกการกล่าวยกย่องในเรื่องความสวยเป็นบ้าน ที่จัดว่าเป็นบ้านคนรวยชาวประมงในบริเวณนี้ที่ผู้คนต่างให้ความนับถือ แม้ว่าบ้านนี้จะถูกอุทกภัยมาบ่อยสุดแท้แต่ก็ยังคงภาวะตามเคยไว้อย่างยอดเยี่ยม
3. สะพานประเทศญี่ปุ่น
Japanese Covered Bridge
เป็นสะพานที่สร้างมาแล้ว 425 ปีโดยชุมชนคนประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่พศาสตราจารย์ 1593 สะพานที่นี้ทำเพื่อผ่านสายธารเล็กๆที่เชื่อมต่อไปยังชุมชนจากจีน ซึ่งมีความยาวแทบ 20 เมตรเชื่อมต่อกับ 2 ถนนหลักสำคัญๆสะพานประเทศญี่ปุ่นนี้โด่งดังในเรื่องเกี่ยวกับการตกแต่งวิจิตรก็เลยแปลงเป็นสถานที่เที่ยวที่น่าจะมาอีกแห่งหนึ่ง
4. ร้านขายกาแฟ
Reaching Out Of Hear Café
ร้านค้าที่นี้มิได้เป็นเพียงค๊อฟฟี่ช็อปแค่นั้นแม้กระนั้นยังเป็นร้านค้าที่สร้างจังหวะให้กับคนไม่สมประกอบทางการได้ยิน ซึ่งข้างในร้านค้านั้นถูกตกแต่งด้วยน่ารักน่าเอ็นดูแล้วก็เครื่องเรือนไม้ข้างหลังก็จะมีสวนเล็กๆที่ร่มรื่นซึ่งเหมาะสมกับการดื่มกาแฟกับคุกกี้เป็นอย่างยิ่ง
ทั้งสิ้นนี้ก็เป็นสถานที่เที่ยวในฮอยอันที่คุณจำเป็นต้องไปให้ได้เลยนะคะ เมืองที่นี้มองเห็นเมืองที่มนต์เสน่ห์จริงๆไม่ว่าจะเป็นผู้คนสถานที่เที่ยวซึ่งแต่ละที่ก็มีประวัติภูมิหลังที่นานและก็น่าดึงดูดเป็นอันมาก หวังว่าทิปหน้าที่คุณจะไปเวียดนาม จะต้องมาท่องเที่ยวที่ฮอยอันให้ได้ละบอกเลยว่าที่นี่เค้าดีจังๆ