4 พิพิธภัณฑสถานของกิน ที่น่าท่องเที่ยวในประเทศเกาหลี จะต้องทดลอง!!

ทัวร์เกาหลี คนใดที่เป็นสายของกินประเทศเกาหลีหรือชอบใจรสของกินประเทศเกาหลีแล้วละก็ ทัวร์เกาหลี คุณจึงควรรู้จักประวัติความเป็นมาของของกินของประเทศเกาหลีด้วย วันนี้พวกเราก็เลยจะพาคุณมารู้จะสถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีที่เป็นพิพิธภัณฑสถานของกิน ซึ่งพิพิธภัณฑสถานของกินในประเทศเกาหลีนั้นก็จะมีมากมายอย่าง ที่จะแสดงประวัติความเป็นมาของของกินแต่ละจำพวกว่าเป็นอย่างไร พวกเรามาดูกันเลยว่ามีพิพิธภัณฑสถานของกินอะไรที่อยู่ในประเทศเกาหลี ตามมาเลยจ้ะ
1. พิพิธภัณฑสถานกิมจิ
Museum Kimchikan
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่แสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของกิมจิ ไม่ว่าจะเป็นภาชนะเครื่องครัวแบบเริ่มแรก วัตถุดิบที่ใช้เพื่อทำกิมจิแบบยุคเก่าจนกระทั่งปัจจุบันนี้ หรือวิชาความรู้ที่เกี่ยวกับการหมักดองกิมจิว่าควรจะทำอย่างไร ต่อให้ความไม่เหมือนอาหารสิ่งในแต่ละฤดูหรือภูมิภาคก็จะต่างกัน ซึ่งกิมจินั้นเป็นอาหารประจำชาติของประเทศเกาหลีตั้งแต่ในสมัยก่อนจนกระทั่งในตอนนี้ แล้วก็เป็นของกินที่ทุกคนก็รู้จักกันอย่างดีเยี่ยม
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดกระทำ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : คนแก่อายุ 17 ปีขึ้นไป 5,000 วอน / กรุ๊ป 4,000 วอน
เด็กและก็วัยรุ่นอายุ 8-17 ปี 3,000 วอน / กรุ๊ป 2,000 วอน
เด็กอายุ 6 ปี 2,000 วอน / กรุ๊ป 1,000 วอน (เด็กแรกคลอดและก็คนแก่เข้าชมฟรี)
2. พิพิธภัณฑสถานแป้งต๊อก
Tteok Museum
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่นำเสนอนิทรรศการเครื่องครัวเก่าสไตล์ประเทศเกาหลีที่หาได้ยากอย่างยิ่ง ซึ่งทางพิพิธภัณฑสถานจะดำเนินกิจกรรมให้คนที่พึงพอใจได้ร่วม ทำให้มีประสบการณ์สำหรับในการทำอาหารซึ่งจะแบ่งเป็นโปรแกรมต่างๆทางข้าราชการก็จะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือทําแป้งต๊อกรวมทั้งเครื่องมือสำหรับเพื่อการทำแต่ว่าในละช่วง แล้วก็จะให้ท่านทำแป้งต๊อกขึ้นมาด้วยความสามารถของตน ถ้าหากคุณมาตรงนี้แล้วนอกเหนือจากการที่จะรู้เรื่องรู้เรื่องรู้ราวเป็นไปมา ก็ยังได้มองเห็นเค้าหน้าของแป้งต๊อกในแต่ละสมัยแต่ละยุคอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดกระทำการ : วันปีใหม่ประเทศเกาหลีรวมทั้งวันยกซอก
ค่าเข้าชม : ตั๋วส่วนตัว-คนแก่ 3,000 วอน / เด็กนักเรียน 2,000 วอน
ตั๋วกรุ๊ป-คนแก่ 2,000 วอน / เด็กนักเรียน 1,000 วอน
กรุ๊ปควรมีปริมาณ 20 ขึ้นไป รวมทั้งถ้าหากสำรองชื่อออนไลน์ล่วงหน้า ฟรีค่าไกด์ชี้แนะ
3. พิพิธภัณฑสถานช็อกโกแลต
Chocolate Museum
คุณทราบหรือไม่ว่าพิพิธภัณฑสถานช็อกโกแลตที่ประเทศเกาหลีที่นี้มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ของโลกด้วยนะ ข้างในนั้นก็มีการจัดโชว์และก็ภูมิหลังของช็อกโกแลต จะมีห้องกระจกที่เสมือนเป็นโรงงานผลิตช็อกโกแลต ทำให้ท่านได้มองเห็นถึงขนาดตอนสำหรับในการผลิตช็อกโกแลตกันอย่างเห็นได้ชัด ช็อกโกแลตที่ทำขึ้นมานั้น ก็ได้ถูกไปนำเสนอแล้วก็มีวางขายให้กับนักเดินทางได้ลองกันอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
ค่าเข้าชม : คนแก่อยู่ที่ 4,000 วอน (เด็กและก็ผู้สูงวัย 65 ปีขึ้นไปฟรี)
4. พิพิธภัณฑสถานสุราประเทศเกาหลีแบบเริ่มแรก
Jeonju Korean Traditional Wine Museum
พิพิธภัณฑสถานวิธีการทำธุระแบบเริ่มแรกของพวกเราหลีที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน หมู่บ้านช็อนจูฮันอกในยังเมืองช็อนจู ในจังหวัดช็อลลาเหนือ ของประเทศเกาหลีใต้ พิพิธภัณฑสถานที่นี้ได้ชี้แจงถึงกับขนาดตอนแนวทางการทำเหล้าแบบเริ่มแรก หัวข้อการจัดเตรียมวัตถุดิบ การนำสิ่งที่ใช้ในการใช้ทำเหล้า นอกเหนือจากนี้พิพิธภัณฑสถานก็ยังให้โอกาสให้นักเดินทางได้มีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการมีทำเหล้าแบบเริ่มแรกอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-18:00 น.
วันปิดทำ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : ฟรี (มีค่าใช้จ่ายสำหรับในการร่วมกิจกรรมตามโปรแกรม)

หามกระเป๋าท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง ไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด!!

ทัวร์เกาหลี ประเทศเกาหลีมีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่งามทางด้านวัฒนธรรมรวมทั้งการท่องเที่ยวที่มากมาย ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมที่เด่น วันนี้พวกเราจะมาชี้แนะเพื่อนพ้องๆที่จัดกระเป๋าท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง ว่าน่าจะทราบอะไรบ้างเพื่อได้ท่องเที่ยวประเทศเกาหลีได้อย่างสนุกสนานเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ในทุกวันนี้สายการบินที่ให้บริการไปยังประเทศเกาหลีในจ.กรุงเทพฯนั้น โดยมากจะบินไปลงอยู่ 3 ท่าอากาศยานร่วมกันเป็น สนามบินนานาประเทศอินชอน ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้, สนามบินนานาประเทศคิมแฮ เมืองปูซาน และก็สนามบินนานาประเทศเชจู เกาะเชจู แล้วก็ที่คนเป็นจำนวนมากมายจะไปท่องเที่ยวกันซึ่งก็คือกรุงโซลที่เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลี เพราะเหตุว่ามีแหล่งช้อปปิ้งมีห้องอาหารมากไม่น้อยเลยทีเดียวให้ท่านได้ท่องเที่ยว
1. วีซ่า
สำหรับนักเดินทางไทยจะได้รับการงดเว้นการตรวจลง ในความหมายซึ่งก็คือไม่ว่าใครที่ถือหนังสือเดินทางไทยก็ไม่ต้องทำเรื่องขอวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง แล้วก็การเข้ามาในประเทศประเทศเกาหลีคุณสามารถอยู่ในประเทศเกาหลีได้ไม่เกิน 90 วันซึ่งควรต้องไม่มีเจตนาอื่นแฝง มันก็คือมาเพื่อการท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น
2. ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ขณะนี้ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเกาหลีนั้นจะเข้มงวดเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนประเทศไทยเพราะเหตุว่ามีชาวไทยบางกรุ๊ปได้แอบลักลอบเข้าไปปฏิบัติงานอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการก่อคดีการทำงานแล้วก็ทำของผิดกฎหมายในประเทศประเทศเกาหลี ก็เลยทำให้รัฐบาลของประเทศเกาหลีนั้นจึงควรครัดเคร่งในหัวข้อการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสำหรับผู้ที่จะไปท่องเที่ยวก็ควรมีเอกสารการันตีตัวตนไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเรือบินเที่ยวกลับ แนวทางเดินทางท่องเที่ยว แล้วก็เอกสารการจองที่พัก เพียงนี้คุณก็สามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้แบบบันเทิงใจได้เลย
3. ของที่ห้ามนำเข้าในประเทศประเทศเกาหลี
ของที่ห้ามนําเข้าประเทศเกาหลีก็จะมีอยู่หลายประเภทก็จะเช่น พืช ผัก ผลไม้ สัตว์น้ำ ยาลดความอ้วน สินค้าดัดแปลงจากเนื้อสัตว์รวมทั้งอาหารทะเล สารเสพติด ยารักษาโรคบางประเภท วัตถุจัญไร ผลิตภัณฑ์ละเมิดลิขสิทธิ์ อาวุธ แล้วก็เงินเกินกว่า 10,000 ดอลลาร์ ฯลฯ ดังนั้นของต้องห้ามเหล่านี้คุณควรต้องห้ามนำเข้าประเทศเกาหลีเด็ดขาด
4. วัฒนธรรมของคนประเทศเกาหลี
ประเทศเกาหลีเขาจะถือในเรื่องของสิทธิบุคคลกันอย่างใหญ่โต ดังเช่นการถ่ายรูปบุคคลถ่ายรูปเด็กหรือถ่ายรูปคนอื่นๆก็ห้ามถ่ายเด็ดขาด เพราะว่าจัดว่ามิได้รับการยินยอมพร้อมใจนั้นก็จะมีผลให้ถูกจับแล้วก็เข้าตารางเจ้าตารางได้เลย แล้วเวลาอยู่ในที่ส่วนรวมคุณก็ไม่สมควรที่จะแผดเสียงดัง การกินของกินในร้านค้าอาหารจานด่วนคุณก็จำเป็นต้องเก็บภาชนะเองให้เป็นระเบียบ
5. ของที่จะต้องมีติดกระเป๋า
สิ่งที่คุณควรพกอยู่เสมอเวลาเลยก็คือถ้าคุณป่วยไข้หรือมีโรคประจำตัวอยู่ก็น่าจะพกยารักษาโรค ซึ่งถ้าหากว่ากลัวเอายาขึ้นเครื่องมิได้ก็จะต้องมีใบรับรองแพทย์ประจำตัวไปด้วย ทั้งยังต้องมีบัตรเครดิตประจำตัวเอาไว้เผื่อยามฉุกเฉิน
6. การเดินทางในประเทศเกาหลี
การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประเทศเกาหลีนั้นค่อนจะสะดวก เนื่องจากว่าในเกือบทุกพื้นที่จะมีรถเมล์สาธารณะและก็มีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ให้บริการมากยิ่งกว่า 20 สาย ก็เลยเชื่อมั่นได้เลยว่าคุณจะสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวโน่นนี่โน่นได้อย่างมีความสุขอย่างแน่แท้ รถประจำทางนั้นใช้ง่ายดายๆก่อนขึ้นก็แค่สัมผัสบัตรหรือหยอดเหรียญ บนรถยนต์ก็จะมีป้ายไฟที่วิ่งบอกตลอดว่าอยู่สถานีไหน หรือคุณจะใช้บริการของแท็กซี่ก็สามารถใช้ได้แบบเดียวกัน

เกาะนามิ ยอดเยี่ยมเกาะที่ความโรแมนติก ที่จำเป็นต้องมาชะแล้ว!

ทัวร์เกาหลี เกาะนามิ (Namiseom Island) หรือนามิชำรุดทรุดโทรมเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าท่องเที่ยวที่เมื่อมาท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีก็ห้ามพลาดเด็ดขาด ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่เป็นสถานที่เที่ยวหลักของประเทศเกาหลีที่โด่งดังมีชื่อเสียงไปทั่วทั้งโลกจากซีปรี่ย์ยอดฮิตเรื่อง winter sonata แปลมีอิสรภาพยก็เป็นเพลงรักในสายลมหนาว ซึ่งได้อยู่ห่างจากกรุงโซลโดยประมาณ 60 นาที ซึ่งเกาะที่นี้เกิดจากผลการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อนที่มีพื้นที่ราว 270 ไร่ เกาะมีลักษณะเป็นรูปดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว จริงๆเกาะที่นี้เป็นที่รู้จักในประเทศเกาหลีมานานแล้วเนื่องจากตรงนี้มีธรรมชาติที่สวย และยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ไม่ว่าจะเป็นกระรอกกระแตนกหงส์ขาดรวมทั้งนกกระจอกเทศอีกด้วย
คนประเทศเกาหลีก็ได้นึกถึงความชอบธรรมชาติของตรงนี้ ตรงนี้ก็เลยได้นำสายไฟลงใต้ดินทั้งหมดทั้งปวงเพื่อรักษาความเที่ยงธรรมชาติเอาไว้ ตอนที่มีคนมาท่องเที่ยวสูงที่สุดก็จะเป็นในช่วงฤดูใบไม้หล่นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีต้นไม้ที่เปลี่ยนสีเหลืองสีแดงสีส้ม ยิ่งเป็นฟุตบาทใต้ต้นแปะก๊วยก็จะแปลงใบเป็นสีเหลืองที่สวยงามมากมายๆแต่ว่าก็ใช่ว่าจะงามเพียงแค่ฤดูเดียวเพราะว่าในทุกฤดูนั้นตรงนี้จะมีความสวยที่ไม่เหมือนกันออกไป แต่ว่าชี้แนะว่าหากว่ามาท่องเที่ยวตรงนี้ก็ควรมาแต่เช้าเพื่อจะได้มีเวลาถ่ายภาพเก็บเอาไว้ในมุมงามๆไม่เช่นนั้นเพียงพอสายๆก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะแยะจนกระทั่งทำให้ถ่ายภาพได้มุมที่ปรารถนามิได้ บนเกาะนามินั้นยังมีสถานที่ที่น่าดึงดูดให้ท่องเที่ยวเว้นเสียแต่ธรรมชาติที่สวยซึ่งหมายถึงสวนสนุก บ้านพัก สวนน้ำ บังกะโล แล้วยังมีงานกิจกรรมที่มีโชว์บันเทิงใจๆที่มีการเปลี่ยนกันมาจัดโชว์ทุกๆอาทิตย์
ใครกันแน่ที่อยากได้บรรยากาศแบบหนังโรแมนติกประเทศเกาหลีก็สามารถไปขี่จักรยานที่มีให้เช่าหลายแบบได้มันจะมีอีกทั้ง แบบปกติ แบบนั่งได้หลายๆคน หรือแบบใช้กระแสไฟฟ้าก็มีนะค่ะ ปั่นไปดูทิวทัศน์ไปก็เป็นอะไรที่ดีรวมทั้งฟินอยู่ไม่น้อยเลย แล้วถ้าหากต้องการจะดูเกาะนามิก็สามารถนั่งรถไฟซึ่งรถไฟนี้จะวิ่งไปทั่วๆเกาะเพื่อนักเดินทางได้มองเห็นทุกมุมนั่นเอง จริงๆกิจกรรมซึ่งสามารถทำเป็นบนเกาะมีมากมายเลยจริงๆไม่ว่าจะเป็นเที่ยวเล่น เล่นสวนสนุก หรือนั่งปิกนิกกับผู้ที่รักหรือครอบครัวก็ตาม ขอบอกอีกนิดหนึ่งว่าเกาะที่นี้เหมาะกับการขอแต่งงานมากมายๆเนื่องจากเป็นสถานที่งดงามมากมายจริงๆบรรยากาศก็โรแมนติกสุดๆแล้วตอนที่เหมาะสมกับการมาขอหรือโรแมนติกมันก็น่าจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นไม้ใบไม้จะมีการเปลี่ยนสีแดงสีเหลืองกระจัดกระจายอยู่ทั่วอีกทั้งเกาะเป็นอะไรที่สวยสดงดงามมากมายจริงๆ
การใช้เรือข้ามฟาก : ใช้เวลาราวๆ 5 นาที
07:30-09:00 (ทุกๆ30 นาที)
09:00-18:00 (ทุกๆ10-20 นาที)
18:00-21:40 (ทุกๆ30 นาที)
ในตอนที่คนเยอะมากมายๆจะวิ่งตลอดระยะเวลา

ทิป 6 เมืองประเทศเกาหลี!ในฤดูหนาวสุดฟิน!

ทัวร์เกาหลี คิดจะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือจะไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีแล้วละก็ ชี้แนะให้ท่องเที่ยวในฤดูหนาวของประเทศเกาหลีเลย เนื่องจากคุณจะได้มองเห็นทัศนียภาพงามๆในเทศกาลรับลมหนาวมากของประเทศเกาหลีซึ่งบอกได้เลยว่ามันจะพลาดมิได้จริงๆแถมยังได้ไปสัมผัสความหนาวที่ประเทศเกาหลีที่จำเป็นต้องบอกเลยว่าบรรยากาศไม่แพ้ทางยุโรปเลย แถมราคาก็ถูกมากยิ่งกว่าอีกด้วย วันนี้พวกเราจะพามาท่องเที่ยวเมืองที่น่าดึงดูดกัน จะมีเมืองอะไรบ้างตามมาจ้ะ
1. โซล (Seoul)
เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ รวมทั้งในตอนหน้าหนาวตรงนี้จะแปลงเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุด ด้วยเหตุว่าด้วยความหนาวที่ติดลบทำให้สถานที่เที่ยวงามๆแบบงี้เต็มไปด้วยหิมะ แถมยังมีลายสเก็ตน้ำแข็งที่โล่งแจ้งให้เล่นกันสนุกสนานๆอีกด้วย และก็ในตอนปีใหม่ที่ประเทศเกาหลียังมีคอนเสริร์ตจากนักร้องชั้นแนวหน้าล้นหลาม แต่ว่าถ้าเกิดคุณเป็นสายรับประทานก็ต้องห้ามพลาดเทศกาลของกินฤดูหนาวในบริเวณเมืองเก่า ที่มีทั้งยังเกาลัดคั่วและก็มันเผาหวานๆแสนอร่อย
2. ชุนชอน (Chuncheon)
เป็นเกาะนามิที่อยู่กึ่งกลางแม่น้ำตั้งอยู่ในเขตเมืองนี้นั้นเอง แล้วก็ในช่วงฤดูหนาวทุกสิ่งบนเกาะนี้จะเต็มไปด้วยหิมะ และก็ด้วยความหนาวจัดก็เลยจะมีผลให้น้ำเปลี่ยนเป็นแผ่นน้ำแข็งใหญ่ รวมทั้งทำให้ป่าแถวนี้แปลงเป็นสีขาวโพลน
3. พยองชาง (Pyeongchang)
เป็นเมืองที่มีชื่ออีกเมืองหนึ่ง ด้วยเหตุว่าด้วยพื้นที่ในช่องเขานี้ที่นี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นเมืองที่ลานสกี คุณจะได้สัมผัสกับการเล่นสกีแบบประเทศเกาหลีที่มีทั้งยังลานเล็กๆลานฝึกเล่นหรือลานสูงใหญ่บนเทือกเขา จริงๆตรงนี้มิได้มีดีเพียงแค่สกรีในฤดูหนาวแค่นั้น ซึ่งเมืองนี้เขามีเทศกาลตกปลาในน้ำแข็งกึ่งกลางแม่น้ำซึ่งมีชื่อไปทั่วทั้งโลกแบบเดียวกัน
4. โพชอน (Pocheon)
เป็นเมืองที่อยู่ชิดกับพยองชาง ในเมืองนี้มีช่องเขาล้นหลามที่มีความซับซ้อน ยิ่งในช่วงฤดูหนาวของประเทศเกาหลีในโพชอนเมืองนี้ก็จะยิ่งงามเพิ่มขึ้นเมื่อถูกปกคลุมด้วยหิมะ และก็มีโรงแรมมากมายก่ายกองที่เปิดให้บริการในฤดูหนาว
5. ยงอิน (Yongin)
หากไม่ได้อยากเดินทางไปไหนไกลจากกรุงโซลมากเท่าไรนัก เมืองยงอินก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับในการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว นอกเหนือจากการที่จะมีทิวทัศน์ทิวภาพที่งดงามแล้วเมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีด้วย แล้วคุณก็ไม่สมควรจะพลาดกับการที่จะเข้าไปเล่นเครื่องเล่นที่มีเฉพาะในตอนหิมะตกอย่างลานสกี
6. อาซัน (Asan)
อาซันเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศเกาหลีใต้ ถึงจะไม่ค่อยมีเทือกเขาหรือป่าที่ไม่น่าท่องเที่ยวเสมือนเมืองอื่นๆแม้กระนั้นตรงนี้ก็มีบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดจากธรรมชาติ เมืองนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นเมืองที่บ่อน้ำพุร้อนรวมทั้งสปาของประเทศเกาหลี สปาน้ำพุร้อนจำนวนมากของตรงนี้จะเปิดเตียนเพื่อรับอากาศด้านนอก โน่นจะก่อให้คุณได้สัมผัสกับการแช่น้ำร้อนในพื้นที่โล่งแจ้งพร้อมด้วยดูทิวทัศน์ทัศนียภาพของหิมะไปในตัวด้วย
รวมทั้งอีกทั้ง 6 เมืองนี้เป็นยอดเยี่ยมที่เที่ยวในประเทศเกาหลีในฤดูหนาว ที่พวกเราได้คัดสรรสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวมาเพื่อคุณได้ท่องเที่ยวแบบจุใจ คุณเริ่มต้องการที่จะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือยัง

4 สถานที่เที่ยวหมู่บ้านสไตล์ยุโรป ในประเทศเกาหลี!!!

ทัวร์เกาหลี ผู้ใดกันแน่ที่จะต้องการท่องเที่ยวประเทศเกาหลี รวมทั้งต้องการที่จะท่องเที่ยวแบบสไตล์ยุโรปด้วย วันนี้พวกเราก็เลยมีสถานที่เที่ยวเป็นหมู่บ้านสไตล์ยุโรปที่อยู่ในประเทศเกาหลี!! บอกเลยว่าคุณต้องรักหมู่บ้านที่พวกเราได้ชี้แนะไปแน่นอนด้วยเหตุว่าสถานที่เที่ยวที่ต้องการจะเสนอแนะนี้ บอกเลยว่าบรรยากาศดีของกินอร่อย ทั้งยังยังเป็นแบบสไตล์ยุโรปอีกด้วย เอาละพวกเรามาดูกันเลยว่ามีหมู่บ้านอะไรบ้าง ตามกันมาเลยจ้ะ!!
1. หมู่บ้านเทพนิยาย
Fairytale Village
ในตอนปี ค.ศ. 1883 เมืองอินชอน ได้รับการตั้งให้เป็นเมืองท่า ก็เลยทำให้มีคนต่างชาติมากมายก่ายกองเข้ามาตั้งหลักแหล่งในบริเวณนี้โดยยิ่งไปกว่านั้นคนจีน แล้วก็เพราะว่าฝรั่งเข้ามาตั้งภูมิลำเนาตรงนี้กันเยอะๆ ก็เลยทำให้คนประเทศเกาหลีจะต้องย้ายถิ่นที่อยู่ออกไปดำเนินชีวิตที่เมืองอื่น ทำให้เมืองที่นี้มีความครื้นครึกลดน้อยลงรวมทั้งซึมเซา ราษฎรต่างๆก็ได้คิดกันว่าจะทำไงดีให้เมืองที่นี้กลับมามีชีวิตรวมทั้งสีสันอีกรอบ ก็เลยได้มีไอเดียสำหรับเพื่อการตกแต่งเมืองทั่วทั้งเมืองให้มีตัวการ์ตูนหรือเทพนิยายในหัวข้อต่างๆก็เลยทำให้ตรงนี้เต็มไปด้วยความแจ่มใสสไตล์ยุโรปของการ์ตูน การมาท่องเที่ยวหมู่บ้านที่นี้จะมีผลให้คุณรู้สึกราวกับย้อนวัยเด็กอีกที และก็รู้สึกราวกับได้ท่องเที่ยวสวนสนุกเลยล่ะจ้ะ
2. หมู่บ้านสีลูกอม
Provence Village
ตั้งอยู่ที่เมืองพาจู จังหวัดคยองกี อยู่ชิดกับชายแดนของประเทศเกาหลีเหนือ สถานที่เที่ยวยอดฮิตที่นักเดินทางจะมาท่องเที่ยวตรงนี้กันจำนวนไม่ใช่น้อย หมู่บ้านที่นี้ก็จะให้บรรยากาศแบบยุโรปราวกับหมู่บ้านประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในบ้านแต่ละข้างหลังนั้นจะมีชีวิตชีวาที่แจ่มใส ไม่ว่าจะเป็นตัวบ้านหน้าต่างประตูก็ถูกแต่งแต้มให้มีชีวิตชีวาที่น่าชื่นชมที่มีสีเสมอเหมือนทอฟฟี่ ทั้งร้านของตรงนี้ยังมีความเป็นเอกลักษณ์เป็นอันมากเลยจ้ะ เพราะว่ามีการตกแต่งร้านค้าแล้วก็ลักษณะของงานที่ไม่ซ้ำกัน ทั้งยังตรงนี้ยังมีร้านขนมปังและก็ร้านค้าสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมยวนใจตั้งแต่เข้ามาในเมือง มีเสื้อผ้ารวมทั้งร้านค้าคาเฟ่สไตล์ยุโรปอีกด้วย
3. หมู่บ้านประเทศฝรั่งเศส
Petite France
เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมประเทศฝรั่งเศสขนาดเล็ก ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อคิดถึง อองตวน เดอ แซงเตกซูเปรี คนเขียนเรื่องพระราชโอรสน้อยนั่นเอง บ้านเรือนของตรงนี้จะเป็นสถาปัตยกรรมแบบประจำถิ่นของประเทศฝรั่งเศส สีสันผ่องใสตัวตึกจะย้ำเป็นสีเหลืองแล้วก็หลังคาเป็นสีน้ำตาลอ่อนที่เรียงหน้ากันอย่างงดงาม แล้วตรงนี้ก็ยังเคยใช้ถ่ายทำละครของประเทศเกาหลีมากมายก่ายกอง บอกเลยจ้ะว่าที่นี่บรรยากาศดีไม่แพ้กับประเทศฝรั่งเศสจริงๆอย่างยิ่งจริงๆ
4. ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทาวน์
Edelweiss Swiss
ตั้งอยู่ในเมืองติดอยู่พยอง จังหวัดคยองกี เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ได้สร้างตามสไตล์บ้านที่พักในบ้านนอกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตึกนั้นก็ได้ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันที่ผ่องใสตัดกับเทือกเขาที่เขียวชอุ่มที่ปิดล้อมเมือง ถ้าเกิดจะให้กล่าวในเรื่องของบรรยากาศบอกเลยว่าไม่แพ้ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เลย ด้วยเทือกเขาที่เขียวชะอุ่มและก็ความแตกต่างจากเมือง ก็เลยทำให้ตรงนี้ดีบรรยากาศที่บรรเทาและก็เย็นสบายอย่างยิ่ง เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการมาท่องเที่ยวแล้วไม่ได้อยากพบความปั่นป่วนเป็นอย่างยิ่ง

ท่องเที่ยว มุมมองใหม่ๆในประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลี ใครๆก็ต้องการไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีก็ตาม เพราะเหตุว่าประเทศเกาหลีไต้นั้นมีเอกลักษณ์ที่น่าดึงดูดรวมทั้งน่าติดตาส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติหรือวัฒนธรรมก็ตาม ในวันนี้พวกเราจะมาพาทุกคนท่องเที่ยวประเทศเกาหลีในมุมมองใหม่ๆที่คุณจะไม่เคยได้ไปได้มองเห็น เพราะว่าที่พวกเราจะพาไปรู็จะกับที่เที่ยวนี้บางครั้งก็อาจจะไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวยอดฮิตนัก แต่ว่าก็เป็นสถานที่สวยไม่แพ้ที่ใดแน่ๆ เอาละ!มาดูกันเลยว่ามีตรงไหนบ้าง
1. กำแพงรอบวังจากย็องจอน
พระราชวังจากย็องจอนเป็นเลิศในตึกที่อยู่ในราชสำนักคย็องบประมาณก เคยถูกไฟลุกและก็ได้รับการผลิตขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ 1888 ซึ่งผลิตขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระพันปี และก็ตอนหลังได้รับการประกาศให้เป็นโภคทรัพย์แห่งชาติของประเทศเกาหลี เดินข้อดีของกำแพงในวังนี้จะมีลวดลายที่สวยซึ่งต่างจากพระราชวังอื่นๆในพระราชสำนัก
2. พระราชสำนักคย็องบประมาณก
เป็นราชสำนักที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 5 วังของกรุงโซล ที่ผลิตขึ้นเมื่อปีพ.ศ 2394 รวมทั้งเป็นที่ว่าราชการของกษัตริย์วงศ์สกุลโชชอนมาตลอด ได้เริ่มนั้นมี 200 กว่าตึกแม้กระนั้นโดนเผารวมทั้งถูกทำลายไปจำนวนมากโดยกองทัพประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันนี้ก็ได้ซ่อมแซมขึ้นมาใหม่โดยใช้ส่วนประกอบของตึกเดิมที่เหลืออยู่กับอุปกรณ์ใหม่
3. ปากน้ำโพที่โซลบุรี
เป็นลำคลองที่ถูกซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ภายหลังจากลงสะพานทับอยู่นับเป็นเวลาหลายปี วันพรุ่งไปเรื่อยโดยประมาณ 8 กม.ก็จะพบจุดศูนย์รวมกับของอีกสายนึงที่ชื่อว่าจุงนังชอน แล้วถ้าหากเดินลงมาอีกก็จะพบจุดที่ลำคลองทั้งคู่ไหลลงแม่น้ำฮัน ที่เป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านกลางเมืองโซล
4. วัดบงวอนซา
เป็นวัดหลักของพุทธนิกายแทโกในประเทศเกาหลี ซึ่งในนิกายนี้พระสามารถสมรสได้ วัดตั้งอยู่รอบๆทางขึ้นอันซานใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยยอนแซ หากคนไหนกันต้องการมาดูดอกบัวในวัด ก็ชี้แนะว่าให้มาในฤดูร้อนกึ่งกลางเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม
5. พระราชสำนักเกลียดด็อก
อินจ็องจอน เป็นชื่อของพระที่นั่งหลักที่อยู่ในวังชิงชังด็อก อีกวังหนึ่งที่อยู่ในเมืองเก่าของกรุงโซล ผู้คนเรียกพระราชสำนักที่นี้ว่าวังทิศตะวันออก ในสมัยเก่านั้นในตอนก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในหนแรกกองทัพประเทศญี่ปุ่นก็ได้เข้ามาเผารวมทั้งทำลายวังในวังหลวงเกือบจะหมด แล้วก็ราชสำนักนี้ด้วย และก็เมื่อสงสงบเงียบราชสำนักก็ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่และก็ใช้เป็นที่ว่าราชการของกษัตริย์ตลอดมา สิ่งที่น่าท่องเที่ยวในนี่ก็คือส่วนลับในวังนั้นเอง
6. สวนดอกไม้ที่ Olympic Park
ในสวนนี้เป็นเขตเมืองโบราณของอาณาจักรแพ็กเจมีทั้งยังแนวกำแพงเมืองรวมทั้งพิพิธภัณฑสถาน รวมทั้งแน่ๆว่าในสวนนี้มีอะไรให้มองมากยิ่งกว่าต้นไม้แน่ๆ เพราะเหตุว่าในส่วนนี้มีทั้งยังกุหลาบแล้วก็ทุ่งดอกไม้ที่มากมายงดงามด้วย

ปูซาน(Busan)เมืองในฝัน ที่ไม่ไปมิได้แล้ว!!

ทัวร์เกาหลี ธรรมดาแล้วหากคนไหนกันแน่ที่จองทัวร์จะไปประเทศเกาหลีก็ชอบไปเมืองหลวงอย่างโซล เนื่องจากว่าที่โซลนั้นมีสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ใครๆก็ก็เลยต้องการจะไปเดินเที่ยวชิวๆไปรับประทานหมูย่างประเทศเกาหลีหรือตะลุยคาเฟ่สวยๆกันทั้งหมด แต่ที่จริงแล้วก็ยังมีจังหวัดอื่นๆของประเทศเกาหลีที่ดีไม่แพ้กัน มันก็คือ “ปูซาน” ที่เป็นที่มีที่ท่องเที่ยวเยอะแยะแล้วก็ดีไม่แพ้ในเมืองเลยละ ทั้งยังมีที่เด็ดตรงที่อาหารทะเลใหม่ๆอีกด้วย บอกเลยเด็ดไม่แพ้ไหนละคุณเอ้ย!
Busan Cinema Cente
เป็นโรงหนังที่มีการดีไซน์ตึกได้อย่างผิดตาแล้วก็งดงามไม่มีใครเหมือน แม้กระนั้นเว้นเสียแต่เป็นโรงหนังแล้วหลังจากนั้นก็ยังมีอีกทั้ง โรงภาพยนต์ โรงแสดงละครอีกด้วย ซึ่งตึกที่นี้ก็จะถูกแบ่งได้หลายๆส่วนร่วมกัน Cine Mountain , BIFF Hill , Double Cone และก็ส่วนที่เป็นตึกหลักมันก็คือ Cine Mountain ที่เป็นโรงหนัง 3 โรง แล้วก็โรงแสดงละครอีก 1 โรง เรียกว่า Haneulyeon ถามตรงนี้ยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาประเทศของปูซานอีกด้วย ไม่ธรรมดาจริงๆ
Busan Gamcheon Culture Village
หมู่บ้านกัมชอน เป็นหมู่บ้านที่มีความเก่าแก่แต่ว่าก็ยังมีเอกลักษณ์แล้วก็สร้างความเด่นออกมาได้ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเลื่องลือมากมายแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลี ซึ่งตั้งอยู่บนเขาก็เลยทำให้มีบรรยากาศดีน่ามาท่องเที่ยวเดินดูบ้านเรือนต่างๆเพราะเหตุว่าตึกของตรงนี้ได้รับการตกแต่งให้กระปรี้กระเปร่าที่เต็มไปด้วยจิตบาปปตำหนิมากมายรรม ซึ่งเชื่อไหมจ้ะศิลป์พวกนี้มีต้นเหตุจากความสามารถประชาชนเองด้วย เป็นการร่วมมือสำหรับการส้รางหมู่บ้านเพื่อเสริมในประเด็นการท่องเที่ยวได้อย่างดีเยี่ยมจริงๆ
Haeundae Beach
นี่เลยชายหาดแฮอึนแดเป็นถ้าหากที่มีชื่อมากมายในปูซาน อารมณ์แบบไม่มานี่ก็ราวกับมาไม่ถึง หาดทรายที่นี้มีทรายสีขาวตามแนวริมฝั่งที่งามมากมาย ในช่วงฤดูร้อนตรงนี้จะครื้นครึกมากมายเป็นพิเศษเนื่องจากจะมีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำอาบแดดกันล้นหลาม อันที่จริงแล้วทุกตอนทุกฤดูตรงนี้ไม่เคยเหงาหงอยเลยละขา เนื่องจากว่ามีการจัดงานเทศกาลต่างๆกันตลอดทั้งปีในรอบๆชายหาดนั่นเอง ก็เลยเป็นที่เหมาะสมแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่งจริงๆ
Samgwangsa Temple
วัดซัมกวางซา เป็นวัดที่โด่งดังแห่งหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากว่าวัดดั้งเดิมแม้กระนั้นก็ยังมีความสวยน่าอัศจรรย์แบบสุดๆก็เลยทำให้ให้มีนักท่องเที่ยวมากมายราบไหว้ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย คนไหนที่ต้องการจะมาขอพรก็สามารถมาได้เลย อีกอย่างเป็นตรงนี้เมื่อถึงก่อนวันพระราชสมภพพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็จะมีการแห่ขบวนประทีปดอกบัวขึ้นเป็นอย่างมากใหญ่ซึ่งน่าอัศจรรย์อนเลยละ
เป็นอย่างไรกันบ้างกับที่สถานที่เที่ยวที่ได้เสนอแนะไป ถูกอกถูกใจกันบางไหมจ้ะ?แม้กระนั้นก็หวังว่าจะชอบใจบ้างสักอัน เพราะว่าแต่ละที่นั้นเป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวทั้งหมดเลยละค่ะ หากว่าได้ไปละก็มันจะดีต่อใจมากเลยจริงๆ

6 สถานที่เที่ยวประเทศเกาหลี ที่มิได้มีดีแค่เวลากลางวัน

ทัวร์เกาหลี คนไหนกันที่ต้องการท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลี ที่มีค่าเลี้ยงชีพไม่สูงใครๆก็จำต้องคิดถึงกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้อย่างไม่ต้องสงสัย บอกได้เลยว่าที่นี่มีทุกๆอย่างไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์งามๆแหล่งช้อปปิ้งดีๆแถมอาหารก็อร่อยชาวไทยเอาซะด้วย แม้กระนั้นวันนี้พวกเราอาจมิได้จะพามาชี้แนะที่เที่ยวแบบซ้ำจากจำเจๆแน่ๆ เนื่องจากพวกเราจำต้องพูดว่าประเทศเกาหลีนั้นมิได้มีเพียงแค่ที่เที่ยวช่วงเวลากลางวันงามๆแค่นั้น แต่ว่ายังมีตอนกลางคืนที่น่าท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน มาดูกันเลยว่ามีที่แห่งไหนบ้าง ฝ่า!
1. เขตทงแดมุน
ผู้ใดกันแน่ที่มีจุดหมายเป็นการช้อปปิ้งแล้วก็อยากเสื้อผ้างามๆเก๋ๆที่ไม่มีใครเหมือนแล้วละก็บริเวณทงแดมุนตอบสนองในสิ่งที่ต้องการของคุณแน่ๆ แถมที่นี้ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งเยอะแยะไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอางค์ที่ราคาแพงถูก เสื้อผ้าที่มองงามเก๋ แถมในถุงย่ามนี้เขาเปิดถึงดึกมากๆพูดได้ว่าเปิดกันถึงรุ่งเช้าเลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุดังกล่าวคุณสามารถช็อปกระจัดกระจาย หมดกระเป๋าได้ตามสะดวกเลย
2. บริเวณป่าแด
ใครกันแน่ที่สายงานเลี้ยงที่ถูกใจแฮงเอาท์ แดนซ์กระจัดกระจาย รวมทั้งถูกใจไปส่งโอปป้าหล่อๆละก็ จำเป็นต้องมาย่านป่าดงแฮ เนื่องจากว่าเขตนี้เป็นบริเวณที่เก็บในคลับดีๆไว้เยอะ และก็ที่สำคัญตรงนี้เขาปิดกันถึงตี 5 เปิดงานเลี้ยงกันแบบยาวๆสนุกสนานกันผ่านวันข้ามคืนกันอย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นผู้หญิงก็ต้องระมัดระวังตัวด้วยนะ
3. บริเวณกังนัม
ผู้ใดกันที่ถูกใจนั่งดริ้งฟังเพลงแบบชิวๆและก็จำเป็นที่จะต้องมาย่านกังนัม นอนตรงนี้เหมาะกับผู้ที่ถูกใจนั่งจิบเบียร์สดเพลิดเพลินๆเม้าท์มอยกันไปแบบเรื่อยพอเพียงรู้สึกต้องการลับก็กลับไปนอนเนื่องจากตรงนี้เขาปิดเพียงแค่ถึงตี 2
4. ริมน้ำฮัน
ถ้าเกิดต้องการจะมองทิวทัศน์งามๆมีความโรแมนติกละก็จำเป็นต้องมารินแม่น้ำฮัน ซึ่งเป็นแหล่งยอดนิยมที่นึงที่วัยรุ่นวัยรุ่นชอบมานั่งดูทิวทัศน์หรือมานั่งจิบกันจำนวนมาก แต่ว่าการที่จะมาหาที่นั่งที่นี้ก็บางครั้งก็อาจจะนานสักนิดสักหน่อย โน่นก็เพราะว่ามีคนมามากเอามากๆโน่น จริงๆก็ไม่ฉงนใจเท่าไร ทิวทัศน์งามบรรยากาศดีอย่างนี้ ผู้ใดละจะไม่มาท่องเที่ยวกันใช่ไหมละ
5. สวนลอยฟ้า Seoullo 7017
ตรงนี้เป็นจุดแลนด์มาร์คสถานที่เที่ยวของประเทศเกาหลีที่เพิ่งจะเปิดตัวกันไปได้ไม่นาน กับทางเท้าลอยฟ้าที่สถานีรถไฟกรุงโซล ตรงนี้จะมีการเก็บต้นไม้หลายสายพันธุ์เอาไว้ แล้วก็ไฟช่วงกลางคืนที่นี้งามมากมาย คนไหนกันที่ต้องการมาถ่ายภาพงามๆแล้วจะเอาอัพอเพียงวดเพื่อนฝูงลงโซเซียล ก็จะต้องมาตรงนี้ให้ได้เลย
6. บริเวณอัพกูจอง
บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง SM Entertainment แล้วก็ JYP Entertainment ทั้งยังเป็นบริเวณในช่วงเวลากลางคืนที่มีความสวยมากมายๆเนื่องจากว่านับว่าเป็นบริเวณเศรษฐกิจของกรุงโซลนั่นเอง ตรงนี้ก็เลยเต็มไปด้วยร้านรวงที่มีผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังเยอะมาก รวมทั้งห้องอาหารอร่อยๆจำนวนมากไปหมด และก็สิ่งจำเป็นที่สุดก็คือมีโอปป้ามากมาย!นั่นเอง
เป็นยังไกันบ้างกับสถานที่เที่ยวกรุงโซลงามๆในยามค่ำคืน คนไหนที่ต้องการจะไปประเทศเกาหลีละก็อย่าลืมไปในสถานที่พวกเราได้ชี้แนะไปด้วยละ ยืนยันว่าคุณจะไม่ผิดหวังกับสิ่งที่พวกเราได้เสนอแนะไปแน่ๆ

สิ่งที่น่าจะทราบ เพื่อจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีอย่างสนุกสนาน

ทัวร์เกาหลี วันนี้จะมาบอกในเรื่องสิ่งที่ควรจะทราบก่อนจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือทัวร์ประเทศเกาหลีให้บันเทิงใจ แน่ๆว่าในขณะนี้หากว่าพวกเราต้องการจะท่องเที่ยวประเทศไหนสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต ก็จะต้องคิดถึงประเทศเกาหลีเป็นประเทศแรก เนื่องจากว่าการไปประเทศเกาหลีนั้นแพงที่ไม่สูงมากมายรวมทั้งมีสถานที่งามๆที่น่าไปเยอะมากไปหมด แถมมีโปรแกรมทัวร์ให้เลือกนานาประการอย่างอีกด้วย แล้วแบบงี้ใครกันแน่จะไม่ต้องการที่จะไปละ เมื่อก่อนที่จะท่องเที่ยวนั้นสิ่งที่จำต้องทำก่อนนั้นก็คือสิ่งที่จะต้องทราบก่อนจะไปประเทศเกาหลี โน่นก็เพื่อจะทำให้การเที่ยวของพวกเรานั้นบันเทิงใจเยอะขึ้น และก็ที่สำคัญจะได้ไม่ไปยืนงงเต็กๆในป่าประเทศเกาหลีด้วย
สิ่งที่ควรทราบของประเทศเกาหลี
1.เวลาของประเทศเกาหลี
เวลาของที่ประเทศเกาหลี นั้นเร็วกว่าเมืองไทยพวกเราถึง 2 ชั่วโมง สำหรับการเดินทางก็ควรที่จะเลือกเวลาดีๆสำหรับการไปแล้วก็เมื่อเดินทางไปถึงประเทศเกาหลีแล้ว ให้กระทำปรับนาฬิกาตรงเวลาประเทศเกาหลี เพื่อความสบายในหลายๆอย่างของคุณเอง
2.การใช้ภาษา
คนภายในประเทศเกาหลีใต้นั้นส่วนมากคนภายในประเทศจะใช้ภาษาประเทศเกาหลีเป็นภาษาหลัก สำหรับภาษาอังกฤษที่ใช้กันในประเทศนั้น ก็มีเฉพาะพลเมืองส่วนน้อยแค่นั้น
3. การให้บริการติดต่อสำหรับเพื่อการโทรศัพท์แล้ว
บัตรโทรศัพท์ก็มีขายอยู่ทั่วๆไป ตามเคาน์เตอร์บังกะโล ซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนราคาที่ขายกันอยู่นั้นเป็น 3,000 , 5,000 รวมทั้ง 10,000 วอน
4. วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้บันทึกข้อมูล
สำหรับเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้บันทึกข้อมูล ตัวอย่างเช่น SD Card แล้วก็วัสดุอุปกรณ์สำหรับในการชาร์ตต่างๆพวกเราควรจะเตรียมพร้อมสำหรับไปให้พอเพียงโดยยิ่งไปกว่านั้นถ่านใส่กล้องถ่ายภาพ เพราะว่าที่โน้นแพงที่ออกจะสูง
5. ของกินประเทศเกาหลี
สำหรับของกินประเทศเกาหลีในแต่ละภูมิภาคนั้นมีรสชาติที่ไม่เหมือนกัน ก็จะอย่างกับบ้านพวกเราที่แต่ละภาคก็รับประทานรศที่นานับประการ ดังเช่น จังหวัดชอลลาโด ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีของกินอร่อยที่สุด รวมทั้งของกินที่ขึ้นชื่อลือชานั้นก็ได้แก่ บิบิมบับ คงจะนามูลกุกบับ รวมทั้งยิ่งไปกว่านี้ก็ยังมีของกินชุด อย่าง ฮันจองชิกที่น่าอร่อยมหาศาล
6. น้ำ
น้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำไม่ น้ำร้อน ชา จะไม่มีน้ำแข็ง รวมทั้งสำหรับน้ำอัดลมจะอยู่ที่ราว 1000-2000 วอน รวมทั้งเบียร์สดราวๆ 3000-4000 วอน
7. ศุลกากรของประเทศเกาหลี
ศุลกากรของประเทศเกาหลี จะอนุญาตให้นำสุราเข้าได้เพียงแค่ 1 ขวด น้ำหอม 2 ออนซ์ และก็ยาสูบ 1 แถวแค่นั้น ส่วนขาออกนั้น ไม่อนุญาตให้นำวัตถุที่เป็นเจลและก็วัตถุพวกขวดสเปรย์ ไฟแช็ค วัตถุมีคม วัตถุเหมือนอาวุธปืนทุกชนิดประจำตัวขึ้นเครื่องบินไปโดยเด็ดขาด
8. ห้องอาบน้ำ
ห้องสุขาโดยธรรมดาให้บริการแบบฟรีๆที่มีบริการทั้งยังในที่สาธารณะ ใกล้ที่จอดรถ รอบๆร้าน รีสอร์ทรวมทั้งทั่วๆไป
9. การให้ทิป
สำหรับในการให้ทิปในประเทศประเทศเกาหลีนั้น นับว่ามีความหมายอย่างยิ่ง แม้คุณใช้บริการของบุคลากรควรจะให้ทิปตามธรรมเนียมปฏิบัติ เนื่องจากว่าธรรมดาทางอพาร์เม้นท์ห้องอาหารจะไม่มีคนที่ทำหน้าที่คอยให้บริการ
10.สกุลเงินของประเทศเกาหลีนี้
เป็น วอน ซึ่งเหรียญกษาปณ์จะแบ่งได้ 1, 5, 10, 50, 100 รวมทั้ง 500 วอน ส่วนแบงค์นั้น จะมี 1000, 5000 และก็ 10,000 วอน ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนคร่าวๆ 1,000 วอน = 28-30 บาท ซึ่งแม้ท่านสามารถทำตรวจตราอัตราแลกเปลี่ยนเงินของวันแล้ววันเล่าถึงที่เหมาะ อัตราแลกเปลี่ยนประจําวัน
รวมทั้งนี้เป็น 10 ข้อควรจะทราบก่อนท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีให้สนุกสนาน หวังว่าน่าจะก่อให้คุณได้เตรียมความพร้อมกับการไปท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลี แล้วก็จะแฮปปี้แฮปปี้ตลอดการท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีอย่างไม่ต้องสงสัย

5 เหตุผลที่จำต้องไปประเทศเกาหลีสักหนึ่งครั้งในชีวิต!

ทัวร์เกาหลี ก็ซีรีย์จำนวนมากก็มีฉากงามๆที่กรุงโซลทั้งหมด ไม่ฉงนใจที่บางโอกาสก็ต้องการจะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีบ้าง ไม่ว่าจะไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีหรือไปด้วยตัวเอง แล้วก็หลายๆแบรนด์ในปัจจุบันนี้ก็เกี่ยวกับประเทศเกาหลีไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ เสื้อฟ้า เครื่องสำอางค์ และก็อื่นๆนี่ก็เป็นเหตุผลที่ต้องการจะไปประเทศเกาหลีสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต รวมทั้งมี 5 เหตุผลสำคัญๆที่ผู้คนจำนวนมากต้องการจะไปประเทศเกาหลีนั้นมีอะไรบ้าง มาดูกัน
1. สะกดรอยซีรีย์
ถึงจะมองเป็นเหตุผลที่มองโบราณไปแล้ว แต่ว่าจริงๆหลายๆคนก็มาท่องเที่ยวประเทศเกาหลีเนื่องจากเหตุผลนี้ เพื่อสะกดรอยซีรีย์ดัง ตัวอย่างเช่น เรื่อง The Legend of the Blue Sea ที่แสดงนำโดย ลีไม่นโฮ ด้วยเหตุว่าซีรีย์หลายๆซีรีย์มีสถานที่งามๆมากมาย หลายๆคนก็เลยต้องการมาท่องเที่ยวตามซีรีย์นั่นเอง
2. ธรรมชาติใน 4 ฤดู
ประเทศเกาหลีใต้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของธรรมชาติทั้งยัง 4 ฤดูที่มีความสวยสดงดงามไม่เหมือนกันเป็นอันมาก ในฤดูใบไม้ผลิในมี.ค.ถึงพ.ค.ประเทศเกาหลีจะเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ต่างๆในฤดูร้อนในมิถานายนถึงส.ค.อากาศจะไม่ร้อนมากก็เลยเหมาะสมกับการเล่นน้ำทะเลท่องเที่ยวป่า ในฤดูใบไม้ตกในก.ย.ถึงพ.ย.บนเทือกเขาต่างๆจะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงแล้วก็สลับกับสีทองคำ ตอนหน้าหนาวธ.ค.ถึงก.พ.ทั่วเมืองจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะที่ขาวมาก และไม่ว่าจะมาในช่วงฤดูไหนๆก็สามารถสัมผัสความสวยสดงดงามของในช่วงฤดูนั้นๆได้ต่างกันออกไป
3. ของกินอร่อย
แม้ในประเทศไทยจะมีห้องอาหารประเทศเกาหลีที่มีเยอะมากๆ แต่ยังไงซะพวกเราก็ต้องการจะทดลองไปรับประทานเจ้าตำรับมองสักหนึ่งครั้งใช่ไหมล่ะ และก็ยิ่งเป็นของกินเจ้าตำรับที่ประเทศเกาหลีที่ทำใหม่ๆจากเตา กับบรรยากาศแบบประเทศเกาหลีของแท้และก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยเข้าไปอีกเป็นเท่าตัว
4. แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางค์เสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆของประเทศเกาหลี ก็ควรจะมีบริเวณเมียงมองป่าดงที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งสุดได้รับความนิยม ชี้แนะเลยว่าให้ท่องเที่ยวในระหว่างตอนฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากว่าพวกเราจะได้ไม่ต้องตระเตรียมชุดกันหนาวมา แล้วในกระเป๋าของพวกเรานั้นก็จะมีพื้นที่ว่างเอาไว้ใส่ของช้อปปิ้งอีกเยอะ
5. เดินทางง่าย ราคาไม่แพง
คุณทราบหรือไม่การเดินทางไปประเทศเกาหลีนั้นใช้เวลาแค่เพียงราว 5 ชั่วโมงครึ่งเพียงแค่นั้น มีสายการบินที่ให้บริการบินตรงถึงประเทศเกาหลีมากยิ่งกว่า 20 สายการบินแล้ว แถมการบินไปประเทศเกาหลีนั้นมิได้แพงเหมือนอย่างที่คิดก็จะมีทัวร์เกาลีที่ราคาไม่แพงและก็ท่องเที่ยวแบบจุใจด้วย
รู้สึกอย่างไรบ้างค่ะกับ 5 เหตุผลที่จะต้องไปประเทศเกาหลีสักหนึ่งครั้งในชีวิต คุณละมีเหตุมีผลแบบไหนที่ต้องการจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลี