สถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยม ที่สำคัญ ของประเทศพม่า

ทัวร์พม่า คนใดกันที่กำลังต้องการจะไปท่องเที่ยวประเทศพม่าหรือใครกันแน่ที่กำลังจะจองตั๋วไปกับทัวร์ประเทศพม่าอยู่ละก็ มาฟังทางนี้นิดหน่อยด้วยเหตุว่าวันนี้พวกเราต้องการจะมาชี้แนะสถานที่เที่ยวที่ประเทศพม่าที่น่าดึงดูด เพื่อคุณไม่เคยทราบว่าจะท่องเที่ยวเมียนมาร์แม้กระนั้นไม่รู้จักจะท่องเที่ยวที่ไหนดี หรือยังมิได้วางแผนท่องเที่ยวว่าจะไปที่แหน่งใด วันนี้พวกเราจะมาชี้แนะที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมของประเทศพม่ากัน ว่ามีที่แหน่งใดน่าท่องเที่ยวน่าไปบ้าง ตามมาจ้ะ
ที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม
1. แวะไว้พระขอพรที่พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
เป็นเจดีย์ที่ประจำเมืองของประเทศพม่าแก่โบราณกว่า 2,500 ปี ตรงนี้ก็เลยเปรียบได้กับจิตวิญญาณของชาวประเทศพม่าซึ่งคราวก่อนจะใช้เพื่อมาขอพรสำหรับการลงสนามรบ ซึ่งในขณะนี้มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศและก็ชาวเมียนมาร์มากไม่น้อยเลยทีเดียวต่างก็มาเคารพสักการะ เพื่อมาอธิฐานขอพรดังที่ตนเองอยาก ซึ่งเจดีย์ชเวดากองเป็นเจดีย์ที่มีสีทองคำแพรวพราวรวมทั้งมีความงดงามมหาศาล
2. กราบขอพรที่เจดีย์โบตาทาวน์
หรือเรียกว่า เทวดาทันใจ เป็นสิ่งที่ชาวประเทศพม่าเทิดทูนบูชาซึ่งจริงๆชาวไทยเองก็ยังเชื่อถือแล้วก็ยกย่องเช่นเดียวกัน ในประเทศเมียนมาร์มีเทวดาทันใจอยู่ร่วมกัน 4 องค์
องค์ที่ 1 อยู่ที่พระบรมธาตุอินห้อย ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่
องค์ที่ 2 อยู่ที่เจดีย์สุมอง จุดศูนย์กลางกรุงปิ้งกุ้ง
องค์ที่ 3 อยู่ที่เจดีย์กึ่งกลางน้ำเยเลพญา เมืองสิเรียม
องค์ที่ 4 อยู่ที่เจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่รอบๆเนินเชียงกุตระ
และก็การขอพรกับเทวดาทันใจนั้นมีสิ่งที่จำเป็นต้องรู้อยู่ข้อหนึ่งก็คือ ควรต้องขอเพียงแต่ข้อเดียวแค่นั้น มิเช่นนั้นแล้วสิ่งที่อธิฐานไว้จะไม่สมหวังดังใจ แล้วก็ภายหลังที่พรแล้วให้เอาธรบัตรทิ่มไว้ที่มือของท่านแล้วเอาหน้าผากของพวกเราไปชิดกับนิ้วของท่านแล้วตั้งจิตอธิฐาน เสร็จรวมทั้งนำแบงค์ที่มอบคืนกลับมาเพื่อกลับเอามาเป็นเงินขวัญถุงรวมทั้งจะได้มีโชคมีลาภนั่นเอง
3. พระหินอ่อนองค์ใหญ่ที่วัดเจ้าดอจี หรือ วัดพระหินขา
เป็นองค์พุทธรูปที่แกะด้วยหินอ่อน มีน้ำหนักสูงถึง 00 ตัน สูง 11 เมตร กว้าง 7.2 เมตร ครึ้ม 3 เมตร ซึ่งเป็นฝีมือของชาวมัณฑะเลย์ที่มีฝีมือดี ที่ทำขึ้นเมื่อปี 2543 ด้วยหินอ่อนบริสุทธิ์เพียงแค่ก้อนเดียว ข้างในวัดมีรอบๆที่ใหญ่กว้างใหญ่ที่มีเอกลักษณ์แล้วก็ทรงผิดตา ผู้ใดกันที่ได้มาท่องเที่ยวตรงนี้ควรแวะมากมายราบไหว้เพื่อความเป็นมงคล
4. แวะเที่ยวเล่นที่ตลาดสก็อต หรือตลาดโบฉกอองซาน
เป็นตลาดโบราณของชาวเมียนมาร์ที่ทำขึ้นโดยชาวสก๊อตในยุคที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ตัวตึกตรงนี้มีลักษณะเรียงต่อกันหลายข้างหลัง มีผลิตภัณฑ์ที่หลายประเภทที่ค้าขายในตลาด ไม่ว่าจะเป็น เครื่องเงิน ภาพวาด งานสลักจากไม้ เพชรนิลจินดา หชู ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาติดอยู่ ผ้าปักพื้นบ้านและก็เครื่องเงิน ฯลฯ
รู้สึกยังกันบ้างจ้ะกับสถานที่เที่ยวที่พวกเราได้เสนอแนะไป ไม่ว่าจะเป็นตลาดหรือวัดก็น่าไปทั้งหมดใช่ไหมละ ถ้าหากว่าคุณกำลังจะออกเดินทางไปประเทศพม่าละก็ เนื้อหานี้คงเป็นตัวช่วยสำหรับในการเลือกที่ท่องเที่ยวได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

ท่องเที่ยวประเทศพม่ากับ 5 เมืองดังในดินแดนที่ตำนาน

ทัวร์พม่า ประเทศพม่าเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวเมียนมาร์หรือทัวร์ประเทศพม่าที่มีที่ไปที่มาทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและก็ทางธรรมชาติ และก็ยังมีวัดเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งที่น่าไปสักการะบูชาสักหนึ่งครั้งในชีวิต และก็ในทุกวันนี้สำหรับในการเดินทางไปท่องเที่ยวเมียนมาร์นั้นค่อนจะสบายไปได้ไม่ยากแถมแพงที่สบายกระเป๋าด้วย ถึงราคาสำหรับในการมาประเทศพม่านั้นจะถูกแม้กระนั้นประสบการณ์ที่กำลังจะได้รับนั้น จะเต็มไปด้วยวัฒนธรรมเริ่มแรกและก็ธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์ ผู้ที่รักการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติหรือต้องการจะมาบรรเทาก็คงจะมาท่องเที่ยวประเทศพม่ามองสักหนึ่งครั้ง แล้ววันนี้พวกเราก็มี 5 เมืองดังในดินแดนประเทศพม่า ที่คุณน่าจะมาท่องเที่ยวสักหนึ่งครั้ง มีที่ใดบ้าง ตามมา
1. เนปีดอว์
เป็นประเทศที่พึ่งจะตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2005 เป็นที่ตั้งของหน่วยงานรัฐบาลต่างๆรวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางความก้าวหน้าหรือเป็นแหล่งการค้าขายที่สำคัญของประเทศพม่า มีสนามบินนานาประเทศที่นำสมัยรวมถึงห้างที่มีขนาดใหญ่ แถมยังมีที่เที่ยวที่น่าดึงดูดล้นหลาม ตัวอย่างเช่น หาเจดีย์อุปขว้างตะสงบสุข เจดีย์ความสงบ ตึกสภานิติบัญญัติ ซาฟารีเวิลด์เนปีดอว์ ห้างจังก์ชั่น เซ็นเตอร์ ตลาดประจำถิ่นเนปีดอว์ช อนุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ แล้วก็สวนสมุนไพรแห่งชาติ ฯลฯ
2. ปิ้งกุ้ง
สมัยก่อนเมืองหลวงของประเทศก่อนจะย้ายไปยังกรุงเนปีดอว์ ตรงนี้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องเจดีย์ทองคำเรียกว่าพระมหาเจดีย์ชเวดากอง เป็นเจดีย์ที่ประเทศพม่าเทิดทูนบูชามีWe Areอายุม ากกว่า 2,000 ปี ด้านในตั้งพระเส้นผมธาตุ 8 เส้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เว้นแต่เจดีย์ที่นี้แล้ว ปิ้งกุ้งก็ยังมีที่เที่ยวอีกหลายที่ ตัวอย่างเช่น เจดีย์ซูเล พระเจดีย์โบตะโคนง วัดพระพุทธนอนหลับเจาทัตจี ทะเลสาบอินยา ทะเลสาบกานดอจี และก็เมืองท่าสิเรียม ฯลฯ
3. เมืองหงสาวดี
เป็นอีกเมืองนึงที่มีความเก่าแก่รวมทั้งเป็นที่อยู่ของชาวมอญเริ่มแรก เป็นอดีตเมืองหลวงรวมทั้งเป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่ที่ได้รับความนิยม เป็นที่ตั้งของเจดีย์ชเวมอร์ดอร์มหาเจดีย์ดั้งเดิมอายุกว่า 2,000 ปี นอกนั้นยังมีที่เที่ยวสำคัญแล้วก็ขึ้นชื่อลือชาอื่นๆอีก ตัวอย่างเช่น วังบุเรงท่วม พระพุทธนอนหลับชเวตาเลียว พุทธรูปไจ้ปุ่น รวมทั้งเจดีย์และก็สำนักสงฆ์วัดงู ฯลฯ
4. เมืองประเทศพม่า
เป็นอาณาจักรโบราณของเมียนมาร์ที่แก่มากยิ่งกว่าพันปี หน่วยงานลือชื่อเรื่องเป็นเมืองที่เจดีย์ที่มีอยู่สูงถึง 4,000 กว่าองค์แล้วก็มีวัดมากยิ่งกว่า 13,000 ที่ เจดีย์ที่เลื่องลือที่สุดของเมืองนี้ เป็น เจดีย์ชเวสิกข์อง เป็นเจดีย์ศิลป์มอญทรงระฆังคว่ำสีทองคำองค์ใหญ่ ข้างในติดตั้งพระทันตธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอื่นๆในพม่าก็มีหลายที่ ได้แก่ วัดอานันทวิหาร วัดหตำหนิโลมินโล เจดีย์มังคละหรือไม่งกาลา วัดเจดีย์ชเวสันดอว์ และก็วิหารเจดีย์ชเวกูจี ฯลฯ
5. เมืองไจ้ก์โถ่
เป็นเมืองที่มีขนาดเล็กที่อยู่ห่างจากปิ้งกุ้งราว 160 กิโล เป็นที่ตั้งของพระบรมสารีริกธาตุเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ พระบรมสารีริกธาตุอินทร์ห้อยไจ้ก์ทิโย ซึ่งเป็นหินสีทองคำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ขอบเขาหินสูงขึ้นมากยิ่งกว่า 1,200 เมตร นอกจากนั้นแล้วมาสักการพระบรมธาตุที่เมืองนี้และก็ยังสามารถมาดูทิวทัศน์ทะเลหมอกในช่วงเวลาเช้า แล้วก็วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวกรุงได้อีกด้วย

5 สถานที่เที่ยว เมื่อไปเวียดนามแล้ว ห้ามพลาด!!

คนใดกันกำลังเริ่มจะมีทริปท่องเที่ยวต่างชาติเวียดนามบ้าง ทัวร์เวียดนาม ทราบเลยว่าคนไม่ใช่น้อยก็ต้องการจะทดลองท่องเที่ยวเวียดนามมองเนื่องจากว่าเป็นประเทศที่มีความน่าดึงดูดใจอยู่เยอะแยะ อีกทีการเดินทางก็สบายเพราะว่าอยู่ใกล้กับประเทศบ้านพวกเรา รวมทั้งราคาสิ่งของเครื่องใช้ของกินต่างๆก็ไม่แพงอีกด้วย ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดในเวียดนามนั้นก็จะมี…
1. อ่าวฮาทดลอง
Ha Long Bay
เป็นสถานที่เที่ยวที่แรกที่จะจำเป็นต้องมาให้ได้เมื่อมาเวียดนาม เพราะเหตุว่าอ่าวที่นี้ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของพืชสัตว์แล้วก็ธรรมชาติไว้อย่างยอดเยี่ยม ข้อดีของอ่าวนี้ก็คือมีเกาะกระจัดกระจายอยู่ทั่วอีกทั้งอ่าว ซึ่งแต่ละเกาะนั้นก็จะไม่เหมือนกันออกไปมีผู้คนอาศัยอยู่บนเกาะเล็กเกาะน้อยนั้นเยอะๆ ก็เลยไม่ประหลาดใจเลยจ้ะว่าเพราะอะไรถึงได้รับการชมเชยให้แปลงเป็นมรดกของโลก
2. ราชสำนักทังทดลอง
Imperial Citadel of Thang Long
เป็นราชสำนักที่ถูกผลิตขึ้นด้วยหินทั้งปวง ซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติของวงศ์สกุลโฮและก็ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช1379 เป็นวังอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกในด้านทางด้านวัฒนธรรม โน่นก็เนื่องจากว่าเป็นพระราชสำนักหินที่เดียวที่เหลืออยู่ในเอเซียอาคเนย์ และก็ได้ถูกสรรเสริญให้เป็นตัวอย่างที่เด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมในสมัยเก่า มันเกิดเรื่องที่น่าพิจารณาตรงที่ว่าคนยุคนั้นสร้างวังที่นี้อย่างงดงามขึ้นมาได้อย่างไรกัน
3. เมืองเก่าฮอยอัน
Hoi An Old Town
เป็นเมืองเก่าที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ริมฝั่งของสมุทรจีนใต้ ซึ่งเมืองที่นี้ราษฎรยังคงใช้ชีวิตแบบเริ่มแรก แม้เทคโนโลยีต่างๆจะเข้ามามากมากแค่ไหน ในเมืองที่นี้มีพิพิธภัณฑสถานหลายแห่งที่นำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และก็ด้านวัฒนธรรมของตรงนี้ บ้านเรือนต่างๆของตรงนี้มีสถาปัตยกรรมที่ผสมระหว่างตะวันตกรวมทั้งทิศตะวันออก ก็เลยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดสถาปัตยกรรมที่มีความสวยประหลาดตาไปอีกแบบหนึ่ง
4. อุโมงค์กู๋จี
Cu Chi Tunnels
เป็นอุโมงค์ที่มีประวัติศาสตร์ที่มาที่ไปที่เป็นเวลายาวนานมากๆอุโมงค์ที่นี้มีตั้งแต่ว่ายุคการทำศึกเวียดนามโน่นก็เพราะเหตุว่าเคยใช้เป็นที่ลี้ภัยจากระเบิดต่างๆข้างในอุโมงค์ได้ถูกทำขึ้นให้มีหลายชั้นแล้วก็แต่ละชั้นนั้นก็จะมีระบบระเบียบกรองอากาศที่มีคุณภาพเอามากๆก็เลยทำให้การเข้ามาอาศัยในอุโมงค์ที่นี้ไม่มีอันตรายหายใจสบาย ทั้งยังในอุโมงค์ที่นี้ยังมีห้องพยาบาลห้องที่ใช้สำหรับการประชุมหอพักรวมทั้งมีหลายห้องที่ทำขึ้นมาเพื่อความสบายสบายต่างๆที่มีความหมายว่าอุโมงค์ที่นี้เป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันมากแห่งหนึ่ง
5. วังหมีเซิน
My Son Sanctuary
เป็นวังที่หลงเหลือมาจากอาณาจักรจามขว้าง เป็นสถาปัตยกรรมโบราณของอินดูและจัดว่าบริบูรณ์ที่สุด ยุคเก่านั้นพระราชวังที่นี้ได้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อบูชาพระศิวะ ตัวพระราชวังจะมีรูปปั้นต่างๆซึ่งในก่อนหน้านั้นจะมีสิ่งปลูกสร้างโบราณกว่า 70 ข้างหลัง แม้กระนั้นเพราะเหตุว่าในตอนการรบก็เลยทำให้พระราชวังนั้นคงเหลืออยู่เพียงแค่ 22 ข้างหลังแค่นั้น แล้วแน่ๆว่าที่นี่ก็ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

ไหว้พระทำบุญทำทานกับ 7 สถานที่ ไปประเทศพม่ากันเถิด!

ทัวร์พม่า ใครๆก็ต้องการไปเคารพบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรให้กับชีวิตของตนเอง ประเทศพม่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เยอะแยะรวมทั้งเป็นที่เชื่อถือกับผู้คนจำนวนมากอีกด้วย จริงๆประเทศพม่าก็ถือได้ว่าเมืองที่พุทธศาสนาที่เต็มไปด้วยอารามมากมายก่ายกองอีกแห่งหนึ่งที่ไม่แพ้เมืองไทย จำเป็นต้องกล่าวว่าชาวเมียนมาร์นั้นก็นับว่าเข้มงวดในเรื่องศาสนาพุทธอยู่เช่นเดียวกัน วันนี้สำหรับผู้ที่ต้องการจะไปไหว้พระขอพรที่เมียนมาร์ พวกเราก็เลยต้องการจะเสนอแนะสถานที่สำคัญ มาดูกันเลยจ้ะว่ามีวัดไหนบ้าง
1. เจดีย์ชเวดากอง
เป็นเจดีย์ประจำเมืองของชาวเมียนมาร์ที่เต็มไปด้วยแรงเลื่อมใส ซึ่งเจดีย์ที่นี้ได้ปิดทับด้วยทองคำแท้ทั้งยังยังแต่งแต้มยอดด้วยเพชรและก็เพชรนิลจินดา ซึ่งใครๆก็สามารถมาสวดมนต์ไหว้พระอธิษฐานขอพรเพื่อเป็นมงคลให้กับชีวิตได้
2. พระบรมธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอ
เป็นเจดีย์ที่ต้นแบบมาจากมอญซึ่งข้างในนั้นจะใส่ผมธาตุ ซึ่งเขาจะเช้าใจกันว่าเป็นเจดีย์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างใหญ่โต พูดกันว่าตั้งแต่ยุคพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมเมื่อจะรบคราวใดก็จะมาขอพรอธิษฐานตรงนี้ก่อนทุกคราว ก็เลยทำให้เจดีย์ที่นี้เป็นจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศพม่าเลยล่ะจ้ะ
3. พระบรมธาตุอินทร์ห้อย หรือ ไจ๊ทิโย
เป็นหินขนาดใหญ่ที่ถูกทาด้วยสีทองคำวางอยู่บนผาที่เสมือนจะตกแม้กระนั้นก็ไม่ตกสักครั้ง ถือได้ว่าการเกิดเหนือธรรมชาติที่พิลึกและก็น่าตกใจ ซึ่งนับว่าพระบรมธาตุที่นี้เป็นพระบรมสารีริกธาตุรายปีหน้าจออีกด้วย คนไหนกันกำเนิดปีจอก็สามารถมาขอพรไหว้พระตรงนี้ได้
4. วัดไจ๊ค่ะวาย
วัดอีกแห่งหนึ่งที่แสดงให้ถึงมองเห็นถึงความก้าวหน้าทางพุทธศาสนา เป็นวัดที่มีชื่อเสียงอย่างมากมายของประเทศพม่า และก็ตรงนี้มีพระจำพรรษาที่มากกว่า 1,000 รูป เลยเป็นสถานที่สำหรับศึกษาเล่าเรียนพระธรรมของพระรวมทั้งสามเณรอีกด้วย
5. พระพุทธนอนหลับชเวตาแกงเลียง
เป็นพุทธรูปที่มีลักษณะสวยสดงดงามที่สุดตามแบบฉบับของมอญ หรือเป็นลักษณะพระนอนที่สวยสดงดงามที่สุดของเมียนมาร์ ตรงพระบาทจะมีอักษรอยู่ข้างหลังองค์พระก็จะมีภาพลายเส้นที่เกิดเรื่องราวในแบบเรียนที่สามารถเรียนรู้ที่ไปที่มาได้อีกด้วย
6. เจดีย์ไจ๊ปุ่น
เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะเฉพาะอย่างมากมายจะมีพุทธรูปปางประทับนั่งอยู่รอบทั้งยัง 4 ด้าน มันก็คือ
ทิศเหนือ – สมเด็จพระสมที่วัวสูดดมสัมมาสัมพระพุทธ
ทิศใต้ – พระสัมมาสัมพุทธเจ้าโกนาคมโน
ทิศตะวันออก – พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากกุสันโธ
ทิศตะวันตก – พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามหากัสสปะ
7. เจดีย์โปตาทาวน์
เป็นเจดีย์ที่ข้างในนั้นมีสีทองคำงามรวมทั้งเป็นที่ใส่พระเกศธาตุ อยู่ในมณฑปครอบแก้วใสทางข้างในนั้นยังมีวัตถุมีค่าตั้งแต่โบราณมากไม่น้อยเลยทีเดียว ผู้ใดที่ต้องการทดลองไปดูของเก่าที่กล่าวว่าคุณจำเป็นที่จะต้องไม่เคยมองเห็นแน่นอนเสนอแนะให้ท่องเที่ยวรวมทั้งขอพรที่เจดีย์โปตาทาวน์

4 สถานที่เที่ยวน่าดึงดูดในเมียนมาร์ ที่ไปแล้วจะรัก

ทัวร์พม่า เมียนมาร์เป็นสถานที่เที่ยวที่เริ่มเป็นที่นิยมอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักเดินทางจากต่างแดนหรือจากบ้านพวกเราเอง คนประเทศไทยก็นิยมท่องเที่ยวประเทศพม่ามากยิ่งขึ้นเพราะว่ามันใกล้ สบาย ไปกลับแบบไม่กี่วัน ทั้งยังยังมัธยัสถ์งบประมาณสำหรับการเดินทางอีกด้วย ซึ่งประเทศพม่าก็เป็นอีกที่ที่มีสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติ ทางประวัติศาสตร์ และก็ทางศาสนามาก วันนี้พวกเราเลยต้องการจะมาเสนอแนะที่เที่ยวที่น่าดึงดูดในเมียนมาร์กันมาว่าที่ไหนบ้าง มาดูกันเลยจ้ะ
1. ท่องเที่ยวที่ตลาด
(Yangon Zay)
อีกที่หนึ่งในประเทศพม่าที่ควรมา คุณสามารถมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในนี้โดยแบบไม่ซ้ำธีมกันเลยในแต่ละเดือน เป็นตลาดที่สะสมทุกๆอย่างมาไว้ตรงนี้มีของกินอร่อยมีเสื้อผ้างามๆและก็มีผลิตภัณฑ์แปลกๆและเป็นแหล่งรวมของเกษตรกรกสิกรที่ทำวัตถุดิบในแคว้นมีคุณภาพออกมาขาย ทั้งตรงนี้ยังเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมโดยที่งดเว้นใช้ถุงก๊อบแก๊บอีกด้วย เป็นตลาดที่รักษาสิงโอบล้อมจริงๆ
2. สะพานอูเบ็ง
(U Bein Bridge)
เป็นสะพานไม้ที่ขึ้นชื่อว่าดั้งเดิมที่สุดในโลกบอกเลยว่าแก่มากยิ่งกว่า 200 ปี สะพานที่นี้ได้ถูกผลิตขึ้นด้วยไม้สักที่เหลือจากการถอดถอนพระราชสำนักเก่า ซึ่งมีความยาวมากยิ่งกว่า 1.2 กม. ก็เลยทำให้ตรงนี้เป็นอีกสถานที่เที่ยวที่ให้บรรยากาศแบบเก่าๆรวมทั้งยังนับว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย บรรยากาศในเวลาเย็นๆหรือช่วงเวลาเช้าที่พระอามิตย์กำลังขึ้นเป็นบรรยากาศที่ดีเยี่ยม
3. ทะเลสาบอินเล
(Inle)
เป็นสถานที่ที่ไม่อยากที่จะให้พลาดเลยกับที่ท่องเที่ยวที่นี้ซึ่งก็คือทะเลสาบอินเล คุณสามารถล่องเรือกินลมชมวิวพร้อมทั้งดูวิถีชีวิตของคนเราที่ดำรงชีวิตอยู่กึ่งกลางน้ำ ในขณะที่คุณได้อยู่ตรงนี้นั้นก็จะมองเห็นชาวตังเกด้ามจับปลาที่พายเรือด้วยเท้าด้านเดียวนับว่าเป็นภาพที่ผิดตาแล้วเป็นเอกลักษณ์ของตรงนี้เลยก็ว่าได้
4. บังกะโลสุดคูลที่เมียนมาร์
(Sane Let Tin Resort)
เป็นอพาร์เม้นท์สุดคูลของเมียนมาร์ที่ทำให้มีความรู้สึกสนิทสนมกับธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น จำต้องบอกแล้วว่าเมื่อคุณก้าวเข้ามาในอพาร์เม้นท์ที่นี้ก็จะสัมผัสได้ถึงความร่มเย็นของต้นไม้ที่เขียวชะอุ่มไปทั้งยังรอบๆ ทั้งยังบังกะโลที่นี้ก็ยังมีกิจกรรมเยอะแยะให้คอยไปร่วมบันเทิงใจรวมทั้งเล่นไม่ว่าจะเป็น สระที่โล่งแจ้ง ขี่จักรยาน ขี่ดูทิวทัศน์เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ ทั้งยังยังมีจุดสำหรับชมวิวในมุมสูงงามๆอีกหลายที่ด้วย
เป็นอย่างไรกันบ้างจ้ะกับสถานที่เที่ยวที่ประเทศพม่าที่พวกเราได้เสนอแนะไป จัดเลยว่าเด็ด!ไปแล้วจะต้องการไปอีกอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเหตุนี้ถ้าท่องเที่ยวที่เมียนมาร์ก็ทดลองไปสถานที่พวกเราได้เสนอแนะไปดู

5 เมืองธรรมชาติ น่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ที่จะต้องทดลองไป!!

ทุกๆวันนี้คนประเทศไทยพวกเราท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันอย่างใหญ่โต ทัวร์ญี่ปุ่น ในประเทศประเทศญี่ปุ่นนั้นมีอะไรหลายๆอย่างที่คนประเทศไทยอย่างพวกเราชอบพอ ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่เย็นสบายมีสถานที่เที่ยวที่สวย ทั้งยังอาหารก็ยังถูกกว่าไปเสียดูเหมือนจะทุกอย่าง การไปมาก็สบายแม้กระทั่งเป็นการท่องเที่ยวคราวแรกก็ตาม ต้องการจะมาเสนอเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากใหม่ๆของประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการให้เพื่อนพ้องๆได้มาท่องเที่ยวกันสักหนึ่งครั้ง ยืนยันได้ว่าสวยสดงดงามไม่แพ้เมืองดังๆที่อื่นๆอย่างไม่ต้องสงสัย
1. ฮาลุกบะ / Hakuba
เมืองธรรมชาติเล็กๆที่เป็นที่รู้จักเลื่องลือมากมายในเรื่องของประสิทธิภาพแล้วก็จำนวนของหิมะ ที่เมืองที่นี้มีสถานที่เล่นสกีโด่งดังเยอะมาก ทั้งยังยังมีทิวทัศน์ที่งามมากมายในช่วงฤดูหนาวกระทั่งเสมือนอยู่ในเทพนิยายก็ว่าได้ ถ้าคนใดปรารถนามาสัมผัสอากาศหนาวก็มาในตอนม.ค.ถึงมี.ค. ถ้าผู้ใดต้องการเล่นสกีแต่ว่าเล่นไม่ค่อยเป็น ชี้แนะว่าให้รับการฝึกการสอนจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญก่อน
2. ยูฟุอิน / Yufuin
เมืองน้ำพุร้อนเล็กๆที่คนประเทศญี่ปุ่นชอบพอเป็นที่สุด เมืองนั้นตั้งอยู่กึ่งกลางซอกเขาซึ่งหากว่ามองดูไปรอบด้านก็จะมองเห็นทิวทัศน์เทือกเขางามๆทุกรอบทิศทาง ทั้งตรงนี้ยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟโด่งดังที่ยังคงไม่ดับ ตรงนี้ยังเป็นแหล่งน้ำแร่คุณภาพดี เมืองนั้นจะเต็มไปด้วยร้านขายของที่ขายของสวยๆน่าดึงดูด ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรมหรือร้านค้าของหวานที่น่าตาน่ารักน่าเอ็นดูน่ารับประทาน
3. ค้างไม่วัวจิ / Kamikochi
สถานที่ที่เหมาะกับการไปพักอย่างมากมาย ด้วยเหตุว่าตรงนี้มีทั้งหมดทุกอย่างเป็นการคลายอารมณ์ไม่ว่าจะเป็น น้ำที่ใสราวกับกระจก ป่าดงที่เขียวชอุ่ม ฟ้าที่ผ่องใส หรืออากาศที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง ก็เลยจัดเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งที่ควรจะมาท่องเที่ยวเพื่อบรรเทา ก็เลยทำให้ตรงนี้ถูกให้ฉายาว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนอาทิตย์อุทัย ตรงนี้เขาจะห้ามไม่ให้เอารถส่วนตัวเข้ามาเนื่องจากว่ากฎเกณฑ์ในเรื่องของสภาพแวดล้อมนั่นเอง
4. ไม่นาคาไม่ / Minakami
เป็นเมืองเล็กๆที่มีเทือกเขางามสวยแล้วก็มีสายธารที่แจ่มใส มีต้นไม้ใบต้นหญ้าที่ยังคงสมบูรณ์บริบูรณ์กระทั่งไม่น่าเชื่อว่าอยู่ห่างจากเมืองโตเกียวแค่นิดเดียว เด่นของเมืองนี้จะอยู่ที่บ่อน้ำพุร้อนมีชื่อ ซึ่งสามารถแช่ได้อีกทั้งกึ่งกลางธรรมชาติ โดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีก็จะเป็นฤดูที่สวยสดงดงามที่สุดบรรยากาศก็จะถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้สีแดง ถ้าเกิดมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนนั้นก็สามารถไต่เขาได้ แล้วถ้าเกิดมาท่องเที่ยวฤดูใบไม้ร่วงก็สามารถนั่งตะกร้าดูทิวทัศน์วิวได้ด้วยเหมือนกัน
5. ทาเทยาม่า / Tateyama
เทือกเขาทาเทยาม่าที่ตั้งของเมืองทาเทยาม่า นับว่าเป็น 1 ใน 3 เทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น เมืองนี้จะมีสถานที่ที่คนเมืองให้ความนับถือรวมทั้งบูชากันอย่างมากก็คือศาลเจ้าโบราณโบราณ ที่ตั้งอยู่ถ้ำชายป่าแล้วก็แก่นับร้อยปี ในเมืองยังมีกิจกรรมต่างๆในช่วงฤดูหนาว เป็นสถานที่เที่ยวอย่างกำแพงหิมะ หรือการปั้นตุ๊กตาหิมะ เดินผ่านทุ่งหิมะ ก็ยังเป็นที่ชื่นชอบมากมายอีกด้วย

5 ที่เที่ยวดูธรรมชาติ สัมผัสวัฒนธรรม แบบครบรสที่ประเทศพม่า

ทัวร์พม่า อันที่จริงแล้วจำต้องบอกเลยว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์นั้นมีเสน่ห์ในเรื่องของวัฒนธรรมและก็วิถีชีวิตที่สะดุดตา ทั้งยังมีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวเยอะมากอย่างอารามรวมทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ท่องเที่ยวดูบูชาขอพร ทั้งยังมีแหล่งสถานที่เที่ยวอื่นๆที่น่าดึงดูดอีกเยอะ วันนี้ก็เลยต้องการจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับที่เที่ยวประเทศพม่าที่ไม่ใช่แค่วัดว่ามีที่ใดกันบ้าง จำเป็นต้องรีบตามมามองกัน!
1. กรุ๊ปเกาะมะริด
(Mergui Archipelago)
เป็นกรุ๊ปเกาะที่ตั้งอยู่ในสมุทรอันดามันทางตอนใต้ของประเทศพม่า เป็นเขตทะเลที่มีความสวยสดงดงามรวมทั้งมีธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์อยู่มากมาย ริมฝั่งของตรงนี้มันขาวสะอาดแบบเนียนละออมากมายๆเลยจ้ะทุกคน นอกเหนือจากการที่จะสามารถเดินเที่ยวน้ำตรงริมทะเลรวมทั้งสามารถดูแนวปะการัง ที่จะมีสัตว์สมุทรหลายประเภทให้ได้สรรเสริญกันอย่างจุใจแน่ๆ เป็นอีกหนึ่งที่ที่ควรมาท่องเที่ยวเมื่อรู้สึกเบื่อๆคิดไรไม่ออก สมุทรจะให้คำตอบทุกๆอย่างเอง
2. หาดทรายเมืองทวาย
(Dawei)
เมืองทวายเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมียนมาร์ ข้างในเมืองนั้นก็จะเต็มไปด้วยบ้านที่พักในแบบอย่างโบราณสไตล์วัวโลเนียล เนื่องด้วยเป็นเมืองเล็กๆก็เลยจะมีบรรยากาศที่สงบเงียบมากมายๆเหมาะสมกับการมาเดินดูเที่ยวเล่น และเหมาะสมกับผู้ที่อยากหนีมาพักในบรรยากาศสงบสงบอย่างแท้จริง
3. หาดงาขว้างลี
(Ngapali Beach)
ริมหาดที่นี้เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของอ่าวเบงกอล ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองตั่งแตว เมืองยะไข่ ริมตลิ่งทางตะวันตกของประเทศพม่า ซึ่งตรงนี้นับได้ว่าเป็นหาดทรายที่มีชื่อเลื่องลือเยอะที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยด้วยเหตุว่ามีธรรมชาติมีสมุทรที่งดงามบรรยากาศที่ดีเมื่อมาท่องเที่ยว มีห้องอาหารมีบังกะโลจำนวนมากอยู่ขอบชายทะเล อ่าวที่นี้ชอบมีเหล่าเซเลบริตี้ทั้งโลกมาพักกันจำนวนไม่ใช่น้อย บางบุคคลที่ต้องการพบศิลปินก็เลยชอบมาท่องเที่ยวกัน แม้กระนั้นบางบุคคลก็ชอบพอที่จะมาพักตรงนี้
4. ทะเลสาบอินเล
(Inle Lake)
ทะเลสาบอินเลตั้งอยู่แกนกลางที่ราบสูงฉานในเมืองของประเทศพม่า รูปแบบของสมุทรนี้จะเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาไฟสูงใหญ่มีป่าปกคลุมเขียวชอุ่ม ทะเลสาบที่นี้มีทัศนียภาพที่สวยมากมายๆแต่ว่าสิ่งที่สะดุดตากว่าทิวภาพเลยก็คือวิถีชีวิตของราษฎรที่อยู่บริเวณทะเลสาบ ซึ่งจะมีหลายเชื้อชาติโดยยิ่งไปกว่านั้นคนท้องถิ่นที่จะเรียกกันว่าชาวอินทา ราษฎรตรงนี้จะดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายต่อให้การหาปลาแบบโบราณแล้วอยู่ในบ้านแพไม้ลอยน้ำอีกด้วย
5. สะพานอูเบ็ง
(U Bein Bridge)
สะพานอูเบ็งตั้งอยู่ในทะเลสาบโคนงตะมาน รูปแบบของสะพานจะเป็นไม้ทอดยาวผ่านทะเลสาบมีระยะทางราวๆทั้งสิ้น 1.2 กม. สะพานที่นี้ได้ถูกพูดว่าเป็นสะพานไม้ที่โบราณและก็ยาวที่สุดในโลก คุณไปเดินเที่ยวบนสะพานก็จะมองเห็นประชาชนแต่งตัวด้วยชุดพื้นบ้านที่เดินผ่านไปๆมาๆแล้วจะรู้สึกราวกับย้อนไปในสมัยก่อนเลยล่ะจ้ะ อีกรอบสะพานที่นี้ยังเป็นจุดสำหรับเพื่อชมวิวที่ยอดเยี่ยมด้วยให้ท่านมาในตอนดวงอาทิตย์ขึ้นเวลาที่ดวงตะวันกำลังตก บอกเลยว่ามันสวยสดงดงามมากมายก่ายกอง

3 เมืองเด็ด!ที่น่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ไปเมื่อใดก็ถูกใจได้ตลอดเวลา

ทัวร์ญี่ปุ่น จะท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะไปกับทัวร์ประเทศญี่ปุ่นหรือไปด้วยตัวเอง ก็จะต้องการไปในตอนเทศกาลเพื่อจะได้มองเห็นสถานที่เที่ยวในช่วงฤดูนั้นแบบจัดเต็ม ยิ่งเป็นสายถ่ายรูปเซลฟี้ก็ต้องการจะเก็บภาพงามๆกลับมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งความตรึงใจสำหรับในการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในตอนนั้น วันนี้ก็เลยต้องการจะเสนอแนะสถานที่เที่ยวว่าท่องเที่ยวไหนน่าจะไปเดือนไหนดี เพื่อตรงเทศกาลหรือเพื่อไปในตอนที่งามที่สุด พวกเรามาดูกันเลยแรง
1. ฮอกไกโด
(Hokkaido)
เป็นเกาะที่ใหญ่ชั้น 2 ของญี่ปุ่น ซึ่งเกาะที่นี้สะดุดตาในเรื่องของหิมะซึ่งสามารถล่อใจนักสกรีนจากประเทศต่างๆให้ต้องการมาสัมผัส ทราบไหมว่าหิมะของตรงนี้มันละเอียดกระทั่งราวกับแป้งทั้งยังยังครึ้มแล้วก็นุ่มฟูอีกต่างหาก หากไม่กล่าวว่าเป็นหิมะก็อาจนึกว่าเป็นขนมปังชะอีก ฮอกไกโดก็เลยเหมาะสมกับการมาท่องเที่ยวในฤดูหนาวเป็นที่สุด ซึ่งในฤดูหนาวก็จะเริ่มโดยประมาณพ.ย.ถึงเดือนมีนาคม แต่ว่าก็มิได้เพียงแต่เด่นในเรื่องของหิมะแค่นั้นเพราะว่าในฤดูร้อนคุณก็จะได้มองเห็นความเขียวชอุ่มรวมทั้งดอกไม้ที่บานอย่างพร้อมใจกัน ซึ่งจะอยู่ในตอนมิ.ย. ถึงตุลาคม
ตอนที่น่ามาท่องเที่ยว
หน้าหนาว(หิมะ) : พ.ย. – มี.ค.
หน้าร้อน(ดอกไม้นานาชนิด) : เดือนมิถุนายน – ต.ค.
2. โทโฮลุก
(Tohoku)
บอกเลยว่าที่นี่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่สวยแห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นแนวเขาป่าดงแม่น้ำหรือสมุทรที่ถูกธรรมชาติประดิษฐ์ไว้อย่างงดงาม คนไหนที่ต้องการจะมาแช่ผิวก็สามารถมาตรงนี้ได้ไพเราะออนเซ็นตรงนี้แก่มากยิ่งกว่า 400 ปี เนื่องจากว่าไม่ธรรมดาของอายุออนเซ็นแล้วทิวทัศน์ของตรงนี้นั้นก็ยังไม่ธรรมดาอีกด้วย แล้วตอนที่สวยสดงดงามแล้วก็พีคที่สุดของตรงนี้เลยก็คือในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้ใบไม้ของตรงนี้จะถูกเปลี่ยนสีไปด้วยสีเหลืองแดงส้มไปทั้งเมือง
ตอนที่น่ามาท่องเที่ยว
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี : พ.ย. – ต้นเดือนธ.ค.
3. ชุบุ
(Chubu)
เป็นเมืองพักผ่อนบนเขาและก็เป็นเมืองที่มีคนนิยมมาเล่นสกีตรงนี้กัน ดินแดนที่นี้มีความสะดุดตาในเรื่องของแนวเขาที่สูงแล้วเอนตัวเป็นแถวยาว แล้วรูปแบบของบ้านที่พักตรงนี้ก็จะต่างจากที่อื่นๆในประเทศญี่ปุ่นซึ่งก็คือหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ ที่เป็นหมู่บ้านมีชื่อเอามากๆคนไม่ใช่น้อยจะชินหูกันอย่างดีเยี่ยม บ้านเมืองของตรงนี้จะมีเอกลักษณ์ที่กระจ่างแจ้งรวมทั้งยังคงในแบบเริ่มแรกเอาไว้ การที่จะมาท่องเที่ยวที่นี้นั้นจะมาตอนไหนก็ได้เนื่องจากว่าจะได้รับความตรึงใจที่แตกต่างออกไปไม่ว่าใน ตอนหน้าร้อน ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หน้าหนาวก็ตาม
ตอนที่น่ามาท่องเที่ยว : ทุกฤดู

4 พิพิธภัณฑสถานของกิน ที่น่าท่องเที่ยวในประเทศเกาหลี จะต้องทดลอง!!

ทัวร์เกาหลี คนใดที่เป็นสายของกินประเทศเกาหลีหรือชอบใจรสของกินประเทศเกาหลีแล้วละก็ ทัวร์เกาหลี คุณจึงควรรู้จักประวัติความเป็นมาของของกินของประเทศเกาหลีด้วย วันนี้พวกเราก็เลยจะพาคุณมารู้จะสถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีที่เป็นพิพิธภัณฑสถานของกิน ซึ่งพิพิธภัณฑสถานของกินในประเทศเกาหลีนั้นก็จะมีมากมายอย่าง ที่จะแสดงประวัติความเป็นมาของของกินแต่ละจำพวกว่าเป็นอย่างไร พวกเรามาดูกันเลยว่ามีพิพิธภัณฑสถานของกินอะไรที่อยู่ในประเทศเกาหลี ตามมาเลยจ้ะ
1. พิพิธภัณฑสถานกิมจิ
Museum Kimchikan
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่แสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของกิมจิ ไม่ว่าจะเป็นภาชนะเครื่องครัวแบบเริ่มแรก วัตถุดิบที่ใช้เพื่อทำกิมจิแบบยุคเก่าจนกระทั่งปัจจุบันนี้ หรือวิชาความรู้ที่เกี่ยวกับการหมักดองกิมจิว่าควรจะทำอย่างไร ต่อให้ความไม่เหมือนอาหารสิ่งในแต่ละฤดูหรือภูมิภาคก็จะต่างกัน ซึ่งกิมจินั้นเป็นอาหารประจำชาติของประเทศเกาหลีตั้งแต่ในสมัยก่อนจนกระทั่งในตอนนี้ แล้วก็เป็นของกินที่ทุกคนก็รู้จักกันอย่างดีเยี่ยม
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดกระทำ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : คนแก่อายุ 17 ปีขึ้นไป 5,000 วอน / กรุ๊ป 4,000 วอน
เด็กและก็วัยรุ่นอายุ 8-17 ปี 3,000 วอน / กรุ๊ป 2,000 วอน
เด็กอายุ 6 ปี 2,000 วอน / กรุ๊ป 1,000 วอน (เด็กแรกคลอดและก็คนแก่เข้าชมฟรี)
2. พิพิธภัณฑสถานแป้งต๊อก
Tteok Museum
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่นำเสนอนิทรรศการเครื่องครัวเก่าสไตล์ประเทศเกาหลีที่หาได้ยากอย่างยิ่ง ซึ่งทางพิพิธภัณฑสถานจะดำเนินกิจกรรมให้คนที่พึงพอใจได้ร่วม ทำให้มีประสบการณ์สำหรับในการทำอาหารซึ่งจะแบ่งเป็นโปรแกรมต่างๆทางข้าราชการก็จะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือทําแป้งต๊อกรวมทั้งเครื่องมือสำหรับเพื่อการทำแต่ว่าในละช่วง แล้วก็จะให้ท่านทำแป้งต๊อกขึ้นมาด้วยความสามารถของตน ถ้าหากคุณมาตรงนี้แล้วนอกเหนือจากการที่จะรู้เรื่องรู้เรื่องรู้ราวเป็นไปมา ก็ยังได้มองเห็นเค้าหน้าของแป้งต๊อกในแต่ละสมัยแต่ละยุคอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดกระทำการ : วันปีใหม่ประเทศเกาหลีรวมทั้งวันยกซอก
ค่าเข้าชม : ตั๋วส่วนตัว-คนแก่ 3,000 วอน / เด็กนักเรียน 2,000 วอน
ตั๋วกรุ๊ป-คนแก่ 2,000 วอน / เด็กนักเรียน 1,000 วอน
กรุ๊ปควรมีปริมาณ 20 ขึ้นไป รวมทั้งถ้าหากสำรองชื่อออนไลน์ล่วงหน้า ฟรีค่าไกด์ชี้แนะ
3. พิพิธภัณฑสถานช็อกโกแลต
Chocolate Museum
คุณทราบหรือไม่ว่าพิพิธภัณฑสถานช็อกโกแลตที่ประเทศเกาหลีที่นี้มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ของโลกด้วยนะ ข้างในนั้นก็มีการจัดโชว์และก็ภูมิหลังของช็อกโกแลต จะมีห้องกระจกที่เสมือนเป็นโรงงานผลิตช็อกโกแลต ทำให้ท่านได้มองเห็นถึงขนาดตอนสำหรับในการผลิตช็อกโกแลตกันอย่างเห็นได้ชัด ช็อกโกแลตที่ทำขึ้นมานั้น ก็ได้ถูกไปนำเสนอแล้วก็มีวางขายให้กับนักเดินทางได้ลองกันอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
ค่าเข้าชม : คนแก่อยู่ที่ 4,000 วอน (เด็กและก็ผู้สูงวัย 65 ปีขึ้นไปฟรี)
4. พิพิธภัณฑสถานสุราประเทศเกาหลีแบบเริ่มแรก
Jeonju Korean Traditional Wine Museum
พิพิธภัณฑสถานวิธีการทำธุระแบบเริ่มแรกของพวกเราหลีที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน หมู่บ้านช็อนจูฮันอกในยังเมืองช็อนจู ในจังหวัดช็อลลาเหนือ ของประเทศเกาหลีใต้ พิพิธภัณฑสถานที่นี้ได้ชี้แจงถึงกับขนาดตอนแนวทางการทำเหล้าแบบเริ่มแรก หัวข้อการจัดเตรียมวัตถุดิบ การนำสิ่งที่ใช้ในการใช้ทำเหล้า นอกเหนือจากนี้พิพิธภัณฑสถานก็ยังให้โอกาสให้นักเดินทางได้มีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการมีทำเหล้าแบบเริ่มแรกอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-18:00 น.
วันปิดทำ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : ฟรี (มีค่าใช้จ่ายสำหรับในการร่วมกิจกรรมตามโปรแกรม)

หามกระเป๋าท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง ไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด!!

ทัวร์เกาหลี ประเทศเกาหลีมีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่งามทางด้านวัฒนธรรมรวมทั้งการท่องเที่ยวที่มากมาย ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมที่เด่น วันนี้พวกเราจะมาชี้แนะเพื่อนพ้องๆที่จัดกระเป๋าท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง ว่าน่าจะทราบอะไรบ้างเพื่อได้ท่องเที่ยวประเทศเกาหลีได้อย่างสนุกสนานเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ในทุกวันนี้สายการบินที่ให้บริการไปยังประเทศเกาหลีในจ.กรุงเทพฯนั้น โดยมากจะบินไปลงอยู่ 3 ท่าอากาศยานร่วมกันเป็น สนามบินนานาประเทศอินชอน ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้, สนามบินนานาประเทศคิมแฮ เมืองปูซาน และก็สนามบินนานาประเทศเชจู เกาะเชจู แล้วก็ที่คนเป็นจำนวนมากมายจะไปท่องเที่ยวกันซึ่งก็คือกรุงโซลที่เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลี เพราะเหตุว่ามีแหล่งช้อปปิ้งมีห้องอาหารมากไม่น้อยเลยทีเดียวให้ท่านได้ท่องเที่ยว
1. วีซ่า
สำหรับนักเดินทางไทยจะได้รับการงดเว้นการตรวจลง ในความหมายซึ่งก็คือไม่ว่าใครที่ถือหนังสือเดินทางไทยก็ไม่ต้องทำเรื่องขอวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง แล้วก็การเข้ามาในประเทศประเทศเกาหลีคุณสามารถอยู่ในประเทศเกาหลีได้ไม่เกิน 90 วันซึ่งควรต้องไม่มีเจตนาอื่นแฝง มันก็คือมาเพื่อการท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น
2. ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ขณะนี้ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเกาหลีนั้นจะเข้มงวดเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนประเทศไทยเพราะเหตุว่ามีชาวไทยบางกรุ๊ปได้แอบลักลอบเข้าไปปฏิบัติงานอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการก่อคดีการทำงานแล้วก็ทำของผิดกฎหมายในประเทศประเทศเกาหลี ก็เลยทำให้รัฐบาลของประเทศเกาหลีนั้นจึงควรครัดเคร่งในหัวข้อการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสำหรับผู้ที่จะไปท่องเที่ยวก็ควรมีเอกสารการันตีตัวตนไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเรือบินเที่ยวกลับ แนวทางเดินทางท่องเที่ยว แล้วก็เอกสารการจองที่พัก เพียงนี้คุณก็สามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้แบบบันเทิงใจได้เลย
3. ของที่ห้ามนำเข้าในประเทศประเทศเกาหลี
ของที่ห้ามนําเข้าประเทศเกาหลีก็จะมีอยู่หลายประเภทก็จะเช่น พืช ผัก ผลไม้ สัตว์น้ำ ยาลดความอ้วน สินค้าดัดแปลงจากเนื้อสัตว์รวมทั้งอาหารทะเล สารเสพติด ยารักษาโรคบางประเภท วัตถุจัญไร ผลิตภัณฑ์ละเมิดลิขสิทธิ์ อาวุธ แล้วก็เงินเกินกว่า 10,000 ดอลลาร์ ฯลฯ ดังนั้นของต้องห้ามเหล่านี้คุณควรต้องห้ามนำเข้าประเทศเกาหลีเด็ดขาด
4. วัฒนธรรมของคนประเทศเกาหลี
ประเทศเกาหลีเขาจะถือในเรื่องของสิทธิบุคคลกันอย่างใหญ่โต ดังเช่นการถ่ายรูปบุคคลถ่ายรูปเด็กหรือถ่ายรูปคนอื่นๆก็ห้ามถ่ายเด็ดขาด เพราะว่าจัดว่ามิได้รับการยินยอมพร้อมใจนั้นก็จะมีผลให้ถูกจับแล้วก็เข้าตารางเจ้าตารางได้เลย แล้วเวลาอยู่ในที่ส่วนรวมคุณก็ไม่สมควรที่จะแผดเสียงดัง การกินของกินในร้านค้าอาหารจานด่วนคุณก็จำเป็นต้องเก็บภาชนะเองให้เป็นระเบียบ
5. ของที่จะต้องมีติดกระเป๋า
สิ่งที่คุณควรพกอยู่เสมอเวลาเลยก็คือถ้าคุณป่วยไข้หรือมีโรคประจำตัวอยู่ก็น่าจะพกยารักษาโรค ซึ่งถ้าหากว่ากลัวเอายาขึ้นเครื่องมิได้ก็จะต้องมีใบรับรองแพทย์ประจำตัวไปด้วย ทั้งยังต้องมีบัตรเครดิตประจำตัวเอาไว้เผื่อยามฉุกเฉิน
6. การเดินทางในประเทศเกาหลี
การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประเทศเกาหลีนั้นค่อนจะสะดวก เนื่องจากว่าในเกือบทุกพื้นที่จะมีรถเมล์สาธารณะและก็มีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ให้บริการมากยิ่งกว่า 20 สาย ก็เลยเชื่อมั่นได้เลยว่าคุณจะสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวโน่นนี่โน่นได้อย่างมีความสุขอย่างแน่แท้ รถประจำทางนั้นใช้ง่ายดายๆก่อนขึ้นก็แค่สัมผัสบัตรหรือหยอดเหรียญ บนรถยนต์ก็จะมีป้ายไฟที่วิ่งบอกตลอดว่าอยู่สถานีไหน หรือคุณจะใช้บริการของแท็กซี่ก็สามารถใช้ได้แบบเดียวกัน